3 เทรนด์ SEO มาแรงปี 2020

3 เทรนด์ SEO มาแรงปี 2020

เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุค Digital Marketing หรือการตลาดดิจิทัลอย่างรวดเร็วและไม่ทันตั้งตัว ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าระบบดิจิทัลและเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์ค ต่างเริ่มมีอิทธิพลต่อการทำงานและชีวิตประจำวันของคนเรามากขึ้น เพื่อให้ชีวิตและธุรกิจเดินหน้าไปต่ออย่างทันยุคทันสมัย เราควรศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 3 เทรนด์ SEO การตลาดบนโลกออนไลน์ ซึ่งกำลังมาแรงในปี 2020 นี้คืออะไร และมีวิธีเข้าถึงได้อย่างไร

1.Featured Snippets ในยุคที่การทำธุรกิจออนไลน์มีการแข่งขันที่สูงมากขึ้นเป็นทวีคูณ แทบจะทุกเพจต้องปรับตัวทำการไลฟ์สด ลดกระหน่ำ จนลูกค้าเลื่อนดูตามแทบไม่ทัน แถมด้วยการทำSEO ในแบบใหม่ ๆ ซึ่งเทรนด์ที่กำลังมาแรงในปีนี้นั้นคือการเพิ่ม SEO ให้เว็บไซต์นั้นดูดีด้วย Featured Snippets (ฟีเจอร์สนิปเพท) เจ้าFeatured Snippets ที่ว่านี้คือ กรอบสี่เหลี่ยมที่แสดงให้เห็นหลังจากที่เราพิมพ์คำค้นหาเรื่องราวต่าง ๆ ที่สนใจลงไปใน Google และคำตอบเหล่านั้นเองที่ Google ได้ทำการประมวลผลจากข้อมูลโดยเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือและมีผู้อ่านเป็นจำนวนมาก โดย Featured Snippet จะแสดงผลอย่างรวดเร็วต่อคำถามที่เราค้นหาว่า สิ่งนี้คืออะไร มีความหมายว่าอะไร หรือทำอย่างไร ทำให้ Featured Snippet ได้รับความนิยมสูง เพราะช่วยให้การเติบโตของเว็บไซต์ทำได้อย่างรวดเร็วโดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการโปรโมท ซึ่งมีหลักการดังนี้

  • เขียนบทความที่แสดงถึงคำตอบและสรุปเนื้อหาได้อย่างชัดเจนภายในย่อหน้าแรก
  • จัดโครงสร้างของเว็บไซต์ โดยการใส่ Headline เรียงลำดับโครงสร้าง เพื่อให้ Google ทำการค้นหาได้ง่ายและเข้าไปดึงข้อมูลจากเว็บไซต์เพื่อนำมาแสดงผลได้ถูกต้อง
  • จัดโครงสร้างเนื้อหาอย่างมีลำดับขั้นตอน จะช่วยเพิ่มโอกาสในการนำไปใช้เป็น Featured Snippets

2.Voice Search ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบ AI ของ Google เพื่อช่วยให้เข้าถึงภาษาต่าง ๆ ในโลกนี้ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจากสถิติข้อมูลการใช้งานพบว่า ในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ใช้บริการ Voice Search เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นการเขียนเนื้อหาหรือ Content ในรูปแบบการสร้างบทสนทนา ก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เว็บไซต์ถูกดึงข้อมูลไปใช้ และมีการค้นคว้าเชื่อมโยงกับเว็บไซต์มากขึ้น

3.WebP คือไฟล์ภาพที่ Google พัฒนาขึ้น เพื่อนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ของแอนดรอยด์และ Google ข้อดีของไฟล์สกุล WebP คือขนาดภาพที่เล็กกว่าไฟล์ชนิดอื่น ๆ มีคุณภาพเทียบกับสกุล JPEG แต่มีขนาดไฟล์ที่เล็กกว่า PNG สามารถทำภาพ Animation แบบ GIF ได้ แต่พิเศษกว่าตรงที่มีจำนวนสีมากถึง 24 bit ซึ่งช่วยให้ WebP มีสีสันเสมือนจริงทั้ง ๆ ที่มีขนาดไฟล์เล็กมาก คุณสมบัตินี้จึงช่วยให้สามารถโหลดเนื้อหาและรูปภาพหรือวิดีโอประกอบเนื้อหาบนเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว

ในโลกของการตลาดยุคดิจิทัล เพียงเราเปิดกว้างพร้อมเรียนรู้วิทยาการความก้าวหน้าใหม่ ๆ เราก็จะสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของเทรนด์ SEO ใหม่ ๆ ที่กำลังมาแรง เพื่อประโยชน์ในการทำการตลาดแบบดิจิทัลให้ทันกระแสได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ข้อผิดพลาดที่เว็บไซต์ไม่ติดอันดับ

ทำ SEO มาเป็นปี แต่ทำไมเว็บไซต์ยังไม่ขึ้นบน Google สักที?

การทำเว็บไซต์ให้ขึ้นไปอยู่บนหน้าแรกของ search engine นั้นไม่ได้เป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อม แต่ก็มีหลายคนที่พยายามทำ SEO ถูกต้องตามหลักแล้วแต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าเว็บไซต์จะขึ้นไปอยู่บนหน้าแรกสักที วันนี้เรามีข้อผิดพลาดที่หลายคนลืมตรวจสอบบนเว็บไซต์ของตัวเองมาให้คุณไปตรวจสอบดู

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เว็บไซต์ไม่ติดอันดับ

Traffic น้อยหรือไม่มีเลย

บางคนทำเนื้อหาน่าอ่านและมีการอัปเดตบ่อย ๆ แต่น่าเสียดายตรงที่ว่าไม่เคยได้มีใครเข้าไปอ่านเลย โดย search engine อย่าง Google นั้นใช้ page session เป็นหนึ่งในการให้คะแนน SEO แก่เว็บไซต์แต่ละที่ หากเว็บไซต์ของคุณไม่มี traffic หรือคนเข้ามาดูเลย ก็จะทำให้โอกาสติดหน้าแรกยากสักหน่อย

ไม่มี Backlink เลย

Backlink เป็นปัจจัยที่สำคัญมากอย่างหนึ่งในการทำ SEO หลายเว็บไซต์ที่ไม่ได้ทำเนื้อหาน่าอ่านเท่าไหร่ แต่มี backlink เยอะและไปอยู่บนเว็บไซต์ที่มีคุณภาพก็มีโอกาสติด SEO ได้เหมือนกันนะ ฉะนั้นลองตรวจสอบดูว่าเว็บไซต์ของคุณเคยทำ backlink มาบ้างแล้วหรือยัง

ใช้ใช้คีย์เวิร์ดสั้นที่ยากเกินไป

คีย์เวิร์ดสั้น ๆ หรือ short tail keywords นั้นเป็น mass keyword ซึ่งเป็นประเภทที่หลายเว็บไซต์ใช้ทำ SEO จึงทำให้มีการแข่งขันสูงมาก เว็บไซต์ที่เพิ่งหันมาทำ SEO อาจไต่อันดับขึ้นไปยาก แล้วยังถูกต้อนพื้นที่บนหน้า search engine ด้วยเว็บไซต์ที่ใช้วิธีการโฆษณาเพื่อให้ไปอยู่บนหน้าค้นหาด้วยเหมือนกัน

เนื้อหาน้อยเกินไป

เนื้อหาในแต่ละหน้าบนเว็บไซต์นั้นควรเกิน 500 คำขึ้นไป แต่หากเนื้อหาในแต่ละหน้าของคุณมีหน้าละ 300 – 400 คำ ก็อาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้การทำ SEO ไม่ได้ผล ฉะนั้นลองตรวจสอบดูว่าในแต่ละหน้าบนเว็บไซต์ของคุณนั้นมีจำนวนคำมากน้อยแค่ไหน

Domain name ติด Blacklist

สำหรับบางคนที่ซื้อ domain name ที่ผ่านการใช้งานมาก่อนหรือเคยทำผิดกฎของ search engine มาก่อนนั้น มีโอกาสที่จะติด blacklist ซึ่งบางทีคุณอาจไม่รู้ตัว ฉะนั้นต่อให้ทำ SEO ดีแค่ไหนก็ไม่สามารถช่วยให้เว็บไซต์ไต่อันดับขึ้นมาได้เลย

โครงสร้างเว็บไซต์มีปัญหา

คุณอาจไม่รู้ว่าโครงสร้างเว็บไซต์นั้นมีส่วนในการขึ้นอันดับ SEO มากพอสมควรเลยล่ะ เพราะการเชื่อมโยงในแต่ละหน้าของเว็บไซต์ที่ไม่มีการจัดระเบียบให้ bot ของ search engine สามารถค้นหาง่ายนั้น เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่เว็บไซต์ของคุณถูกเขี่ยให้ไปอยู่หน้าท้าย ๆ ได้

เอาล่ะ! ถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องกลับไปตรวจสอบเว็บไซต์ของตัวเอง หากเว็บไซต์ของคุณยังไม่ไต่ขึ้นอันดับของ search engine สักที นั่นอาจเป็นเพราะข้อผิดพลาดต่าง ๆ ตามที่อธิบายข้างต้น ซึ่งคุณอาจลืมทำหรือไม่ได้สังเกตมาก่อนก็เป็นได้

ทำ SEO มาเป็นปี แต่ทำไมเว็บไซต์ยังไม่ขึ้นบน Google สักที

รู้ไหม เว็บไซต์ดาวน์โหลดเร็วขึ้น อันดับ SEO ก็เพิ่มตาม

รู้ไหม เว็บไซต์ดาวน์โหลดเร็วขึ้น อันดับ SEO ก็เพิ่มตาม

การทำเว็บไซต์ออนไลน์ในปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูง ผู้ที่ใส่ใจพัฒนาเว็บไซต์ตามระบบ SEO จะทำให้มีโอกาสเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากขึ้นจากการค้นด้วยช่อง search ใน Google โดยมีเทคนิคที่จะทำให้เว็บไซต์ได้อันดับ SEO สูงขึ้น ซึ่งมีทั้งการปรับส่วนโครงสร้าง การทำเนื้อหาบทความที่ดึงดูดใจ การทำลิงก์เชื่อมโยงกับเว็บไซต์อื่น รวมถึงการเพิ่มความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลด้วย

การเพิ่มความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลต่างๆ ของเว็บไซต์ SEO จะ เป็นผลบวกในการสร้างความประทับใจของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ลดระยะเวลาในการดาวน์โหลด สิ้นเปลืองทรัพยากรในระบบน้อยลง ซึ่งเทคนิคในการทำมีดังนี้

1. การเลือก hosting ที่ดี

Hosting เปรียบเหมือนการเช่าพื้นที่ขายของออนไลน์ ซึ่งมีหลายแบบที่เจ้าของเว็บไซต์ต้องเลือกให้เหมาะกับประเภทและขนาดธุรกิจ ควรเลือก hosting ที่มีคุณภาพอย่าง Siteground และ Ruk-Com เพราะมีผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพช่วยดูแลระบบ server ไม่มีการรบกวนความเร็วของแต่ละเว็บไซต์ จึงลดปัญหาเว็บล่มจากการดาวน์โหลดข้อมูลต่าง ๆ พร้อมกันได้

2. การติดตั้งปลั๊กอิน

การทำเว็บไซต์ออนไลน์จะใช้โปรแกรม wordpress ซึ่งจะมีปลั๊กอินที่ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำ SEO ควรเลือกให้เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ ดาวน์โหลดเท่าที่จำเป็น เช่น SEOปลั๊กอินอย่าง Yoast SEO และ WP super cache ซึ่งทำขึ้นเพื่อใช้กับ wordpress โดยเฉพาะ ไม่ควรให้มีปลั๊กอินเกิน 15 ตัว

3. การควบคุมขนาดของรูปภาพ

การมีไฟล์ภาพที่ใหญ่เกินจำเป็น เป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรในระบบ ทำให้ใช้เวลาดาวน์โหลดข้อมูลนาน ซึ่งมีการเก็บข้อมูลพบว่าลูกค้ามักรอเวลาดาวน์โหลดไม่เกิน 5 วินาที เท่านั้น จึงควรลดขนาดภาพให้เล็กกว่า 200 KB การปรับขนาดให้ภาพเล็กลงด้วยโปรแกรมฟรี อย่าง photoscape เป็นตัวช่วยที่ดีทำให้ดาวน์โหลดได้เร็วยิ่งขึ้น โดยไม่มีต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

4. การแชร์ข้อมูลจากเว็บไซต์อื่น

นอกจากการผลิตบทความของตัวเองแล้ว หลายคนนิยมนำคลิปวิดีโอจาก YouTube มาใส่ที่เว็บไซต์ของตัวเอง เพื่อสร้างลิงก์ เพิ่มอันดับ SEO และดึงดูดใจกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งต้องพิจารณาว่ามีการใช้ทรัพยากรของระบบมากน้อยเพียงใด และหากจะมีการนำรูปมาจากแหล่งอื่น ๆ ที่ไม่ได้ถ่ายทำเอง ก็ควรเช็คเรื่องลิขสิทธิ์และดาวน์โหลดมาเพื่อปรับขนาดของรูปให้เล็กลงก่อนนำไปใช้ด้วย

จะเห็นได้ว่า การปรับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการทำเว็บไซต์ของคุณจะส่งผลต่อความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งช่วยเพิ่มความประทับใจให้แก่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ส่งผลดีในระยะยาว คือ ทำให้มีความนิยมในการใช้บริการสืบค้นข้อมูลภายในเว็บไซต์คุณมากขึ้น และทำให้มียอดขายสินค้าและบริการสูงขึ้นด้วย

การเพิ่มความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูล

Google search console สำคัญอย่างไรต่อการทำเว็บไซต์ SEO

การทำเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ในปัจจุบันจะประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น ทั้งด้านยอดขายและการขยายฐานลูกค้า ต้องอาศัยการทำเป็นระบบ SEO หรือ search engine optimization ซึ่ง Google search console เป็นเครื่องมือที่ Google ให้บริการฟรีสำหรับคนทำเว็บไซต์ เพื่อสามารถเช็คคุณสมบัติต่าง ๆ จากผลการวิเคราะห์โดยระบบ algorithm ทำให้มีทิศทางในการพัฒนาเว็บไซต์อย่างมีคุณภาพยิ่งขึ้น

Google search console ในอดีตเรียกว่า Google webmaster tools เป็น เครื่องมือที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย เพียงเข้าเว็บไซต์ Google search console แล้วใส่โดเมนและ URL ของเว็บไซต์คุณ (เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของเว็บไซต์ออนไลน์) หลังจากนั้นทำการติดตั้ง ด้วย html หรือ ปลั๊กอิน yoast SEO ก็จะสามารถใช้งานได้

โดยตัวเลขและกราฟต่าง ๆ ที่แสดงใน Google search console มีประโยชน์ในการนำไปพัฒนาเว็บไซต์ในหลากหลายด้าน ได้แก่

Performance เป็นกราฟพร้อมตัวเลขอย่างละเอียด ที่แสดงผลย้อนหลังนานถึง 16 เดือน ให้แก่เจ้าของเว็บไซต์ เพื่อให้เห็นว่ามีการพัฒนามาอย่างถูกทางหรือไม่ ซึ่งจะแสดงผลทั้ง จำนวนการคลิกต่อการปรากฏผลในหน้าต่างการสืบค้น (CTR หรือ click through rate) ภูมิภาคหรือประเทศของผู้ที่สนใจคลิกเข้ามาชมข้อมูลในเว็บไซต์ เป็นต้น

URL inspection เป็นข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าเว็บไซต์ของคุณได้รับการตรวจสอบโดย Google ครั้งล่าสุดเมื่อใด ยิ่งมีการปรับปรุงเว็บไซต์บ่อย ๆ ตามหลัก SEO ก็จะยิ่งมีโอกาสถูกจัดอันดับ SEO ให้สูงยิ่งขึ้น (มักทำให้มียอดขายที่ดีตามมาด้วย) ทั้งนี้ยังมีส่วนแสดงหมายเหตุ ที่บอกด้วยว่ามีประเด็นใดที่ Google แนะนำว่าควรปรับปรุงเพิ่มเติมเพื่อการพัฒนาต่อยอดได้อย่างตรงจุดด้วย

Mobile usabilities เป็นตัวเลขจากการวิเคราะห์ว่า เว็บไซต์ของคุณนั้นถูกใช้งานผ่านระบบโทรศัพท์มือถือมากน้อยเพียงใด เหมาะสมกับการเข้าถึงคนรุ่นใหม่ที่มีพฤติกรรมการหาข้อมูลและซื้อสินค้าออนไลน์มากหรือน้อย ถ้าค่า mobile usability สูงก็จะสัมพันธ์กับโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจออนไลน์มากยิ่งขึ้น อย่างเช่นเว็บไซต์เล่นเกมส์ หรือ เว็บคาสิโนทั่วไปอย่าง Hero88 ก็จำเป็นที่จะต้องเข้าถึงสมาร์ทโฟน เพราะคนส่วนใหญ่มักจะเล่นผ่านมือถือกันเป็นจำนวนมาก หรือไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์อื่นๆก็เช่นกัน ถ้าหากเข้าถึงสมาร์ทโฟนได้ง่ายก็จะสะดวกต่อผู้ใช้ ซึ่งตอบโจทย์และจะนำไปสู่ความสำเร็จอันสูงสุดเลยทีเดียว

Security Issues เป็นค่าตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่ามีไวรัสหรือ malware ที่เป็นอันตรายหลบซ่อนอยู่ในเว็บไซต์คุณหรือไม่ รวมถึงปัญหาทางเทคนิคของระบบคอมพิวเตอร์อื่น ๆ ที่อาจจะกระทบต่อการส่งผ่านข้อมูลหรือระบบรักษาความปลอดภัยในเว็บไซต์ (เทียบได้กับการทำหน้าที่เป็นระบบ antivirus ของเว็บไซต์เลยทีเดียว)ประโยชน์ในการนำไปพัฒนาเว็บไซต์

จะเห็นได้ว่า Google search console เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง สามารถใช้เพื่อการพัฒนาเว็บไซต์ในระบบ SEO อย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลต่อการเพิ่มยอดผู้เข้าชมข้อมูล การสั่งซื้อสินค้าและบริการ ซึ่งเป็นเป้าหมายทางธุรกิจที่ทุกคนต้องการ

เราหวังว่า บทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการทำให้ผู้ประกอบการร้านค้าออนไลน์ทุกท่าน ใส่ใจการเรียนรู้เทคนิค SEO ควบคู่กับ Google search console เพื่อการพัฒนาเว็บไซต์ได้อย่างมีทิศทาง และทำให้ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจออนไลน์มากยิ่งขึ้น

มือใหม่ขายของออนไลน์รู้จัก SEO ดีหรือยัง

มือใหม่ขายของออนไลน์รู้จัก SEO ดีหรือยัง

การขายสินค้าออนไลน์เป็นช่องทางที่สะดวกและง่ายในการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายจำนวนมากในยุคปัจจุบัน เนื่องจากทุกคนมีการพกพาโทรศัพท์มือถือเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสาร รวมไปถึงการสั่งซื้อสินค้าต่าง ๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นักธุรกิจมือใหม่ในวงการสินค้าออนไลน์ที่ต้องการประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน ควรจะรู้จักเทคนิคการตลาด SEO เพื่อใช้พัฒนาเว็บไซต์ให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้ดีขึ้น

SEO พื้นฐานของการสร้างแบรนด์

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization นับว่าเป็นพื้นฐานในการสร้างรากฐานของแบรนด์ยุคใหม่ให้ยั่งยืน เนื่องจาก Search Engine อย่าง Yahoo, Bing และ Google มีการตั้งหลักเกณฑ์ในการประเมินคุณภาพของเว็บไซต์ ซึ่งจะถูกประมวลวิเคราะห์ด้วยระบบ Algorithm ของ AI อัจฉริยะ ว่ามีคุณภาพเพียงพอที่จะนำเสนอสู่สายตาผู้ใช้ผู้ใช้บริการ Search Engine เหล่านั้นหรือไม่

หากเว็บไซต์ใด มีการพัฒนาให้สอดคล้องกับที่ Yahoo, Google และ Bing กำหนด ก็จะมีอันดับ SEO ที่สูง ทำให้ถูกแสดงในลำดับต้น ๆ ของหน้าแรกผลการค้นหา ซึ่งมีการวิจัยว่าสัมพันธ์กับยอดการสั่งซื้อ และการกลับมาซื้อซ้ำอีก ซึ่งย่อมส่งผลให้ธุรกิจออนไลน์ของแบรนด์ที่อยู่ลำดับต้น ๆ เติบโตอย่างรวดเร็ว

การทำ SEO ต้องเริ่มจากการวิเคราะห์ keyword SEO เพื่อนำมาเขียนบทความหรือผลิตสื่อมัลติมีเดียที่ส่งเสริมการขาย การใช้ Keyword ที่สั้นเกินไปหรือ Mass Keyword จะไม่สามารถสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีเท่ากับ Niche Keyword

ตัวอย่างเช่น หากใช้ Keyword ว่า “รองเท้ากีฬา” (Mass Keyword) แทนที่จะใช้คำว่า “รองเท้าวิ่ง ผู้หญิง ยี่ห้อ ไนกี้ รุ่น” (Niche Keyword) จะทำให้พลาดโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้หญิงรักสุขภาพได้ เปอร์เซ็นต์ที่จะขายได้ก็จะน้อยลง

กูรูการตลาดแนะนำให้ผู้เริ่มทำเว็บไซต์ออนไลน์ที่ต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านโฆษณา ศึกษาการทำ SEO ด้วยตัวเอง เพราะทำให้ไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่โฆษณาใด ๆ ให้แก่ Search Engine เพียงรักษามาตรฐานของคุณภาพบทความ SEO และมีความสม่ำเสมอในการอัปเดตข้อมูล ก็จะทำให้มีอันดับ SEO ที่สูงขึ้น มีศักยภาพในการแข่งขันเท่ากับร้านค้าออนไลน์ที่เปิดมาก่อนได้

อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของการทำ SEO คือ ต้องใช้ระยะเวลาในการสะสมข้อมูลลงในระบบคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะธุรกิจที่มีอัตราการแข่งขันกันสูง เช่น ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว มักจะต้องใช้เวลาเห็นผล 6 เดือนถึง 1 ปี

ดังนั้น หากต้องการเพิ่มยอดการขายแบบเร่งด่วน เช่น จัดโปรโมชั่น นำเสนอสินค้ารุ่นใหม่ กระตุ้นยอดขายในช่วงเทศกาล เช่น วันปีใหม่ วันคริสต์มาส ฯลฯ ก็ต้องเรียนรู้วิธีประชาสัมพันธ์แบบอื่นด้วย เช่น วิธี SEM (Search Engine Marketing) ที่ต้องซื้อพื้นที่โฆษณาบน Search Engine

การทำ SEO จึงเป็นเทคนิคที่ที่มือใหม่ขายของออนไลน์ควรเร่งศึกษาและนำไปปรับใช้ จะช่วยยกระดับคุณภาพของเว็บไซต์ให้ถูกวิเคราะห์ด้วย AI ได้ผลอันดับที่ดีขึ้นในระยะยาว ซึ่งทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น ร่วมกับขยายฐานลูกค้าไปพร้อมกัน

SEO พื้นฐานของการสร้างแบรนด์

ทำ SEO ให้เว็บไซต์ในยุคปัจจุบัน

การทำเว็บไซต์ SEO ช่วยให้คุณประหยัดเงินได้อย่างไร

การทำเว็บไซต์ ขายสินค้าออนไลน์ โดยทั่วไปต้องมีการลงทุนในส่วนของการผลิตและโปรโมทสินค้าอยู่แล้ว ซึ่งหากคุณต้องการประสบความสำเร็จทางธุรกิจ โดยควบคุมให้ค่าใช้จ่ายด้านโฆษณาน้อยที่สุด เราแนะนำให้ทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เพราะเป็นเทคนิคที่เพิ่มทั้งในส่วนของยอดขายและการสร้างฐานลูกค้าได้ในเวลาเดียวกัน โดยที่คุณไม่ต้องเสียค่าโฆษณาให้แก่ Search Engine อย่าง Yahoo, Bing และ Google แม้แต่บาทเดียว

ทั้งนี้ นักธุรกิจหลายท่าน อาจคุ้นเคยกับการประมูลพื้นที่โฆษณา ที่เรียกว่า SEM หรือ Search Engine Marketing รวมถึงการโปรโมทผ่านช่องทาง Facebook หรือ Instagram ซึ่งต้องมีการเสียค่าใช้จ่ายตามวงเงินที่กำหนดให้แก่แพลตฟอร์มนั้น ๆ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดแนะนำว่า หากคุณต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายทางการโปรโมทให้ได้มากที่สุด จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำ SEO ให้เว็บไซต์ในยุคปัจจุบันนี้ ซึ่งการทำ SEO ที่สมบูรณ์ จะครอบคลุมในด้านต่าง ๆ ต่อไปนี้

การทำโครงสร้างเว็บไซต์ให้สวยงามดึงดูดลูกค้าและมีเอกลักษณ์ของสี ตัวอักษร โลโก้ ฯลฯ

เว็บไซต์ต้องใช้งานง่าย มีความเป็นมิตรกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ทั้งการใช้ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและระบบโทรศัพท์มือถือที่พกพาได้ทุกที่

การผลิตบทความ SEO ต้องน่าสนใจ ให้สาระที่มีประโยชน์แก่ผู้อ่าน

ใช้ Keyword SEO ที่ผ่านการวิจัยแล้วว่าสอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทางธุรกิจ เช่น คุณเป็นบริษัทนำเข้ารองเท้ากีฬาสตรี ก็ควรใช้ Keyword “รองเท้ากีฬาสตรี ยี่ห้อ รุ่น” จึงจะตรงกับการค้นหาของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ที่ต้องการสินค้าแบรนด์และรุ่นนั้น

การเชื่อมโยงลิงค์ภายนอกเข้าสู่เว็บไซต์ทางธุรกิจของคุณ เช่น คุณขายสินค้าจำพวกรองเท้าวิ่ง ก็ควรไปอยู่ในกลุ่ม Facebook ผู้รักสุขภาพ หรือผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก เพื่อแนะนำเทคนิคการปฏิบัติตัวสำหรับลดน้ำหนักอย่างถูกต้อง และการเลือกรองเท้าวิ่งที่มีคุณภาพ ฯลฯ

หากมีผู้ที่สนใจการเลือกรองเท้าวิ่ง คุณก็สามารถที่จะแนะนำและให้ลิงค์ของเว็บไซต์คุณ เพื่อให้เกิดการคลิกเข้ามาที่เว็บไซต์ ดูแคตาล็อกสินค้า รวมถึงสั่งซื้อสินค้าจากเว็บไซต์คุณได้

เทคนิคนี้เป็นที่นิยมมากทั้งในไทยและต่างประเทศ เพราะแสดงถึงความจริงใจและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ไม่เป็น Hard Sale ซึ่งทำให้ลูกค้าจำนวนมากกังวลว่าอาจจะถูกยัดเยียดขายสินค้าในสรรพคุณที่เกินจริง

การทำ SEO ให้เว็บไซต์ สามารถทำการศึกษาได้ด้วยตัวเองผ่านหนังสือ คลิปสอนต่าง ๆ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาบ้าง (ระยะเวลา 3 เดือนถึง 1 ปี) ในการทำให้มีข้อมูลในระบบให้ AI อัจฉริยะของ Search Engine วิเคราะห์คุณภาพของเว็บไซต์

แต่การันตีได้ว่า การทำ SEO อย่างรอบด้านที่กล่าวมาอย่างสม่ำเสมอ คุณจะเห็นผลทั้งยอดขายและมีลูกค้าใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยไม่ต้องเสียเงินค่าโฆษณาให้ผู้ใด

การทำเว็บไซต์ SEO ช่วยให้คุณประหยัดเงินได้อย่างไร

กลยุทธ์การคิดต่าง ทำ SEO สร้างแบรนด์ให้โดดเด่น

กลยุทธ์การคิดต่าง ทำ SEO สร้างแบรนด์ให้โดดเด่น

โลกธุรกิจยุคปัจจุบันแข่งขันกันลำบากขึ้นทุกที ต้องงัดกลยุทธ์แย่งชิงลูกค้าจากคู่แข่งมาเป็นของตัวเอง ขณะเดียวกันก็ต้องรัดเข็มขัดประหยัดต้นทุนกันสุดฤทธิ์ เรื่องที่จะทุ่มงบประมาณโฆษณาก้อนใหญ่ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ดูแล้วไม่คุ้มค่า ผู้ประกอบการทั้งรายเล็กรายใหญ่จำเป็นต้องมองหาความแตกต่างเพื่อให้แบรนด์ตนเองโดดเด่นท่ามกลางคู่แข่งจำนวนมาก การทำ SEO จึงต้องอัดความคิดสร้างสรรค์เข้าไปในการทำตลาดออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นการเขียนคอนเทนต์หรือการออกแบบเว็บไซต์ ทำให้คนสนใจเข้าเยี่ยมชมเว็บมากขึ้นและให้ผลลัพธ์ในการค้นหาทาง Google ได้อันดับดีที่สุด

กลยุทธ์แรกคือการคิดต่างในเรื่องคีย์เวิร์ด

ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในบทความ แน่นอนว่าเนื้อหาของบทความต้องเขียนดีมีคุณภาพ แต่คีย์เวิร์ดเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้กระบวนการค้นหาง่ายและรวดเร็ว คนส่วนใหญ่จะเริ่มจากคีย์เวิร์ดง่าย ๆ เช่น “โทรศัพท์มือถือ” แต่การคิดต่างในเรื่องคำจะช่วยให้ได้ลูกค้าตรงตามกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ เช่น “สมาร์ทโฟน มือสอง” “สมาร์ทโฟน มือสอง ราคาถูก” “สมาร์ทโฟน ราคา ถูก” ผู้เชี่ยวชาญการตลาดจะรู้ว่าคำเหล่านี้จะให้ผลลัพธ์การค้นหาที่แตกต่างออกไป เป็นการแสดงจุดยืนของตนเองเพื่อให้ลูกค้าที่สนใจเข้ามาเยี่ยมชมเว็บและมีแนวโน้มตัดสินใจซื้อง่าย บางครั้งลูกค้าไม่รู้ว่าจะมองหาอะไร การคิดคีย์เวิร์ดไว้หลายแบบจะช่วยเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าพบทางเลือกที่ตนพอใจ

กลยุทธ์ที่สองคือการใช้สื่อโฆษณาแบบผสมผสาน

การทำเว็บไซต์อาจต้องปรับรูปแบบใหม่ ซึ่งปกติการทำเว็บจะยึดหลักความน่าเชื่อถือและใช้รูปแบบการเขียนที่เป็นทางการ เนื้อหาบทความมีประโยชน์และค่อนข้างยาว ซึ่งไม่รองการอ่านบนหน้าจอมือถือ การคลิกส่วนขยายเพื่อเปิดเนื้อหาที่ซ่อนไว้อาจไม่ใช่วิธีเหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่อ่านหนังสือน้อยลง ทางเลือกที่ดีคือสร้างลิงก์กับโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะ Facebook ที่คนรุ่นใหม่เช็คข้อมูลข่าวสารกันทุกวัน ควรปรับเนื้อหาบทความให้กระชับ ใช้ถ้อยคำที่เป็นกันเอง และชวนอ่านมากขึ้น พร้อมกับใส่ลิงก์ย้อนกลับไปที่เว็บไซต์เพื่อให้ผู้สนใจจริง ๆ คลิกเข้าไปอ่านเพิ่มเติม สไตล์การเขียนใน Facebook มักจะแปลก ใหม่ ทันสมัย กระตุ้นความสนใจจากลูกค้าได้ดี หากเนื้อหาตรงกับที่ต้องการจะมีกดแชร์แบ่งปันข้อมูลกันอ่านและได้รับความสนใจมากกว่าคู่แข่ง ซึ่งมีประโยชน์ต่อการทำ SEO เพิ่มจำนวนคนเข้าเยี่ยมเว็บไซต์อย่างรวดเร็วกลยุทธ์แรกคือการคิดต่างในเรื่องคีย์เวิร์ด

กลยุทธ์ที่สามคือปรับสไตล์การเขียน

ทุกวันนี้การทำ SEO มีความผิดพลาดบ่อย ๆ เกิดจากความเข้าใจผิดที่ว่าต้องโฟกัสไปที่คีย์เวิร์ด เลือกคำเด็ดโดนใจทำให้คนสนใจคลิกเข้ามาอ่านมาก ซึ่งความจริงแล้วถูกแค่ครึ่งเดียว ส่วนการเขียนเนื้อหาคอนเทนต์มีคุณภาพ น่าอ่าน ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ ก็ถูกแค่ครึ่งเดียวเหมือนกัน ผู้เขียนคอนเทนต์ต้องวิเคราะห์เจาะลึกถึงจุดเด่นของธุรกิจ แสดงจุดแข็งของแบรนด์ มีดีตรงไหน เหมาะกับลูกค้ากลุ่มไหน เพื่อนำมาเขียนด้วยสไตล์ที่แตกต่างจากบทความอื่น ๆ กระตุ้นให้คนสนใจแบรนด์และตัดสินใจซื้อในที่สุด ก่อให้เกิดรายได้ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์แท้จริงนั่นเอง

ทำไมนักธุรกิจรุ่นใหม่จึงต้องสนใจการทำเว็บไซต์ SEO

ทำไมนักธุรกิจรุ่นใหม่จึงต้องสนใจการทำเว็บไซต์ SEO

เนื่องจากเทคโนโลยีการสื่อสารและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่เกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ตเกือบตลอดเวลา ทำให้เกิดความนิยมในการเลือกซื้อสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์ คนรุ่นใหม่ที่สนใจทำธุรกิจทั้งในวัยเรียนและวัยทำงาน จึงต่างพากันเปิดเว็บไซต์ออนไลน์เพื่อสร้างรายได้ การทำ SEO จึงเป็นเทคนิคการตลาดและประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ยุคใหม่ ที่ได้รับความนิยมมาก เพราะทำให้เว็บไซต์ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคที่นักการตลาดแนะนำว่าเหมาะสำหรับทุกคนและสินค้าทุกประเภท เนื่องจากเป็นวิธีที่ไม่ต้องใช้ต้นทุนสูงอย่างการโฆษณาหรือ SEM (Search Engine Marketing) โดยมีหลักการให้เน้นที่คุณภาพของเว็บไซต์ เพื่อให้ประโยชน์แก่ผู้บริโภคหรือผู้ที่คลิกเข้ามาชมข้อมูลในเว็บไซต์มากที่สุด ตัวอย่างเช่น

1. การนำ keyword ที่เหมาะสมมาใช้ในการสร้างคอนเทนต์ที่มีเนื้อหาน่าสนใจ มีข้อมูลที่ถูกต้องและมีความทันสมัย ไม่มีการลอกเลียนแบบจากที่อื่น จะทำให้ผู้เข้ามาชมรู้สึกประทับใจ คุ้มค่าเวลาและอยากกลับเข้ามาเพื่อหาข้อมูลหรือความรู้ใหม่ ๆ

2. การใช้งานได้ง่าย ทั้งในระบบคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและระบบโทรศัพท์มือถือ ทำให้สะดวกในการที่จะหาข้อมูลและสั่งซื้อสินค้าได้เกือบทุกที่ทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง เป็นการเข้าหาคนรุ่นใหม่ที่ดีที่สุด

3. การเชื่อมโยง Connection กับเว็บไซต์ภายนอก ในลักษณะเป็นพันธมิตรที่ช่วยเหลือเกื้อกูล ทำให้มียอดขายดีขึ้นได้ ตัวอย่างเช่น คุณขายสินค้าที่เกี่ยวกับกล้องดิจิทัล คุณก็สามารถที่จะแลกเปลี่ยนลิงก์หรือร่วมกันประชาสัมพันธ์กับเว็บไซต์ที่ขายสินค้าเกี่ยวกับปริ้นเตอร์ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ เนื่องจากเป็นสินค้าหมวดไอที ที่มีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใกล้เคียงกัน จะทำให้เกิดความสนุกสนานในการทำงานและได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าในวงกว้างขึ้น

4. การสร้างสื่อมัลติมีเดียโดยอาศัย keyword ที่น่าสนใจ ตรงกับที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายค้นหา หากทำเพจใน Facebook ก็สามารถเช็คได้จากการติด # (hashtag) คู่กับ Keyword ต่าง ๆ หากคำใดมีจำนวนการใช้มาก ก็น่าหยิบยกมาทำคลิปมากกว่าคำที่แทบไม่มีการใช้ # เลย และเมื่อทำคลิปแล้วควรนำไปประชาสัมพันธ์ในห้องแชทหรือเพจต่าง ๆ ด้วย เช่น กลุ่มใน Facebook ที่มีลูกค้ารวมตัวกัน ก็จะยิ่งได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ และมียอดขายเพิ่มมากขึ้นด้วยเทคนิคที่นักการตลาดแนะนำว่าเหมาะสำหรับทุกคน

จะเห็นได้ว่าเทคนิคการทำ SEO ที่กล่าวมาล้วนเป็นกลยุทธ์สมัยใหม่ที่ทำให้เว็บไซต์มีความน่าสนใจ ทั้งสามารถเพิ่มยอดขายและสร้างฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นอย่างเห็นผลได้จริง หวังว่าบทความนี้จะเป็นแรงบันดาลใจสำหรับผู้สนใจการทำธุรกิจยุคใหม่ ให้สร้างเว็บไซต์ SEO ที่มีคุณภาพ เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่เพื่อให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น

หลักการทำ SEO ที่มีประสิทธิภาพต้องใช้ง่ายบนมือถือ

หลักการทำ SEO ที่มีประสิทธิภาพต้องใช้ง่ายบนมือถือ

ทุกวันนี้เปอร์เซ็นต์การใช้โทรศัพท์มือถือค้นหาข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เลือกซื้อสินค้าและบริการผ่านอินเทอร์เน็ตสะดวกรวดเร็วมากขึ้น ธุรกิจออนไลน์ต้องออกแบบเว็บไซต์ที่เหมาะกับมือถือ ลองใส่ URL ของหน้าเว็บและคลิกที่มือถือ เป็นการทดสอบง่ายๆ ซึ่งจะเห็นได้ทันทีว่าหน้าเว็บของคุณเหมาะกับอุปกรณ์พกพาหรือไม่ วันหนึ่งจำนวนการใช้มือถือจะแซงหน้าคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป เพราะอย่างนี้การออกแบบหน้าเว็บให้รองรับการใช้งานบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือจึงมีความสำคัญ การออกแบบเว็บไซต์มีคุณภาพสูงแต่ไม่อยู่ในอันดับแรกๆ ของผลการค้นหาก็อาจเป็นเพราะเว็บไซต์ไม่เหมาะกับอุปกรณ์พกพานั่นเอง

เจ้าของธุรกิจ ควรเรียนรู้

เจ้าของธุรกิจควรเรียนรู้วิธีการสร้างเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายบนมือถือ ปัญหาเว็บโหลดช้าทำให้ผู้เข้าชมลดลงครึ่งหนึ่งหรือมากกว่า การอ่านเนื้อหาบนหน้าจอขนาดเล็กก็เช่นกัน ส่งผลให้การเขียนคอนเทนต์ต้องปรับให้กระชับและเข้าใจเนื้อความได้ชัดเจน เนื่องจากหน้าจอเดสก์ท็อปเป็นแนวนอน ส่วนหน้าจอมือถือสูงและแคบจะต้องเลื่อนขึ้นและลง การแทรกรูปภาพและวิดีโอจะต้องไม่ลืมว่าหน้าจอมือถือเป็นอย่างไร ผู้ใช้จะดูเนื้อหาบนหน้าจออย่างไร ด้วยเหตุนี้ การเขียนชื่อเรื่องที่สั้นและชัดเจนจึงเป็นสิ่งสำคัญ ใช้ศิลปะในการเขียนกระตุ้นให้ผู้อ่านสนใจอยากรู้และคลิกเข้าอ่านบทความเพื่อค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม ขณะเดียวกันควรเลือกคีย์เวิร์ดที่ตรงประเด็นที่สุดใส่เข้าไปในชื่อเรื่องและย่อหน้าแรกของบทความ การเพิ่มหัวข้อย่อยเป็นส่วนที่ทำให้หน้าเพจอ่านง่ายขึ้น สามารถใส่คีย์เวิร์ดในหัวข้อย่อยด้วยซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการทำ SEO เพราะมองเห็นได้ง่าย ทำให้การจัดอันดับหน้าเว็บของ Google สูงขึ้นไปด้วย

นอกจากการปรับปรุงเนื้อหาแล้ว ถ้าจำเป็นอาจต้องสร้างเว็บไซต์ใหม่เพื่อให้การทำ SEO ประสบความสำเร็จมากที่สุด นั่นคือเคล็ดลับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์ของคุณสำหรับมือถือ โครงสร้างของเว็บไซต์ที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนจะทำให้โหลดช้า แตกต่างจากการปรับเว็บให้เรียบง่าย แสดงหน้าเว็บเพจต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว มีแถบนำทางที่ชัดเจนและไม่ทำให้ผู้ใช้สับสน มีความสนใจกับเนื้อหาบทความมากขึ้น แต่ใช้เวลาอ่านน้อยลง ตามปกติผู้ใช้มือถือมักจะไม่อ่านอะไรยาวๆ ยิ่งเขียนเนื้อหากระชับมากเท่าไรยิ่งมีพลังในการจูงใจให้ตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นเท่านั้น

เจ้าของธุรกิจ ควรเรียนรู้

การปรับโครงสร้างเว็บไซต์ต้องงดเว้นไฟล์ภาพหรือวิดีโอขนาดใหญ่ ปรับขนาดภาพให้เหมาะสม โดยสร้างไฟล์ขนาดเล็กที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ภาพยังคมชัดบนทุกขนาดหน้าจอ ผู้ใช้ดาวน์โหลดไฟล์เปิดดูง่ายและเร็ว ตรวจสอบไฟล์วิดีโอให้แน่ใจว่าเหมาะกับมือถือ ไม่รู้สึกหงุดหงิดเวลาภาพกระตุกหรือค้าง ทำให้ผู้ใช้เสียเวลาและกดออกจากเว็บไซต์ไป เว็บไซต์ที่โหลดหน้าเว็บได้เร็วขึ้นจะมีส่วนช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของเว็บไซต์ เพราะเนื้อหาของเว็บไซต์เป็นประโยชน์ต่อผู้ค้นหา บรรดาผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจะเข้าใจรวดเร็วว่าเว็บไซต์ตอบสนองข้อมูลที่ต้องการ ทำให้จำนวนผู้เข้าชมมากขึ้น และยังส่งผลต่อการจัดอันดับที่ดีได้อย่างแน่นอน