การใส่คีย์เวิร์ดให้เหมาะสมกับการทำ SEO

SEO เป็นแค่กลยุทธ์การขายจริงหรือ?

ตอนนี้ คำคีย์เวิร์ดที่ขึ้นมาพร้อมกับคำว่า “ขายของออนไลน์” ก็มักไม่พ้นคำว่า “SEO” ซึ่งทำให้หลายคนสงสัย ว่าทำไมคำว่า SEO จึงมีความหมายสำคัญนักกับการทำหน้าร้าน ONLINE ในวันนี้เราจะมาให้คำตอบกันด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ๆ การทำร้านขายของ หากในชีวิตจริงเราต้องเลือกทำเลที่ตั้ง เอา Location ที่ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นตึกที่สวยที่สุด ห้องใหญ่ที่สุด หรือตกแต่งสวยงามอย่างที่สุด (หากมีคุณลักษณะดังที่ว่ามาก็เป็นเรื่องดี นับว่าโชคดีมาก) แต่สิ่งที่สำคัญกว่า คือ การอยู่ในจุดที่ลูกค้ามีโอกาสเดินผ่านไปมาเห็นเราได้มากที่สุด และต้องเป็นลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่มีเปอร์เซ็นต์สูงที่จะซื้อสินค้าหรือบริการจากธุรกิจคุณด้วย

การใส่ SEO ในเว็บไซต์ ก็เปรียบได้กับการเลือกทำเลร้านออนไลน์ ให้ขึ้นโชว์บนหน้าแสดงผลของหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมีโอกาสขายสินค้าและบริการได้สูงที่สุด หากปรากฏในหน้าแรก ๆ เพียง 1 – 3 หน้าของการค้นหา (ไม่เกิน 10 หน้า) เช่น การหาคำว่า “สอนพิเศษออนไลน์” หากคุณเป็นผู้รับจ้างสอนไม่ว่าวิชาใด ๆ ระดับการศึกษาแค่ไหน หากคุณรับสอนออนไลน์ ก็ควรมีคำนี้ ใน SEO เพื่อที่เวลากลุ่มเป้าหมายมาคีย์ลงในช่อง search engine ต่าง ๆ ไม่ว่า google yahoo ก็ตาม ก็จะได้มีโอกาสเห็นหน้าร้านคุณจากการจัดอับดับของแหล่งค้นหานั้น ๆ ซึ่งการใส่ คีย์เวิร์ดเพียงอย่างเดียว ก็ไม่สามารถตอบโจทย์ การทำ SEO ที่สมบูรณ์ได้ ยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ อีกมาก ที่สำคัญคือ การใส่ content หรือเนื้อหาที่มีความสัมพันธ์กันกับสินค้าและบริการของคุณ โดยต้องเป็นเนื้อหาที่มีประโยชน์ หรือคุณค่า (value) สูง ไม่ใช่เนื้อหาแบบที่คุณอาจเคยเห็นว่าเหมือนแปลด้วยบอท (เป็นภาษาหุ่นยนต์)

การใส่คีย์เวิร์ดให้เหมาะสมกับการทำ SEO

การใส่คีย์เวิร์ดที่เหมาะสมเพื่อการทำ SEO จึงต้องเลือกคนทำคอนเทนต์ที่เก่งและมีภูมิรู้ในเรื่อง SEO คู่กับเนื้อหาที่นำเสนอพอสมควร เช่น คุณทำธุรกิจเรื่องอาหารเสริม ก็จำเป็นต้องหาคนที่รับงานเขียน content ที่เรียนจบด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพโดยตรง เช่น แพทย์ เภสัชกร เนื่องจากมีความรู้ลึกซึ้งในกลไกการทำงานระบบต่าง ๆ ร่างกาย รวมถึงเคมีของยา วิตามิน-อาหารเสริม และหากเป็นไปได้ควรขอดูโปรไฟล์ (ข้อมูลการจบการศึกษา-เกรดวิชา) คู่กับ port ผลงานเขียนเพื่อการตัดสินใจจ้างเขียนบทความ SEO ซึ่งเรียกได้ว่ามี agency มากมายที่เป็นสื่อกลางหรือเป็นที่รวมตัวของผู้ที่รับงานเขียนเหล่านี้

การทำ SEO จึงเรียกได้ว่าเป็น “หัวใจ” ของการทำหน้าร้านออนไลน์ ที่ไม่ใช่เป็นเพียงกลยุทธ์การขาย แต่ยังเป็นภาพลักษณ์ หรือเป็น brand ambassador ที่ดีได้ หากเลือกทำคอนเทนต์ที่เป็นแนวทางเดียวกัน ในการสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจคุณ

SEO เป็นแค่กลยุทธ์การขายจริงหรือ

โซเชียลมีเดียเพิ่มความแข็งแกร่งให้ SEO ได้อย่างไร

ทุกวันนี้ธุรกิจขนาดเล็ก ๆ เช่น ร้านอาหาร ร้านขายปลีกเสื้อผ้า ร้านเสริมสวย เปิดช่องทางสื่อสารทางออนไลน์โดยใช้ทำตลาดผ่านแพลตฟอร์มของโซเชียลมีเดีย อย่าง Facebook, Line, Instagram และอื่น ๆ ดูจะเป็นที่นิยมอย่างมากกว่าการเปิดเว็บไซต์ เพราะส่วนใหญ่เป็นบริการฟรี เว้นแต่จะซื้อโฆษณา คนทั่วไปสามารถเรียนรู้การใช้งานได้ง่ายด้วย อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ยังควรเป็นช่องทางการตลาดสายหลักต่อไป เพราะผู้บริโภคนิยมค้นหาสินค้าและบริการที่สนใจบนเครื่องมือค้นหาอย่าง Google มากที่สุด โอกาสเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายจึงมีมากกว่า แนะนำให้ทำการเชื่อมโยงคอนเทนต์จากเว็บไซต์ไปยังโซเชียลมีเดียและผสมผสานการทำ SEO ให้ทั้งสองแพลตฟอร์มเพื่อให้สื่อสารกับลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

SEO กับ โซเชียลมีเดีย

การทำ SEO ให้กับโซเชียลมีเดียอาจแตกต่างจาก เว็บไซต์ บ้าง นั่นเป็นเพราะคนใช้งานสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook, Line, Instagram ชอบดูรูปภาพและคลิปวิดีโอที่ช่วยประหยัดเวลาและสื่อเข้าใจง่ายอย่างรวดเร็วกว่าการอ่านบทความ ดังนั้น ถ้าจะเขียนบทความ ควรปรับลดเนื้อหาให้สั้นมากที่สุด เช่น เดิมเขียนบทความในเว็บไซต์ 500-750 คำ เมื่อนำมาใส่ใน Facebook ควรปรับเนื้อหาให้สั้นไม่เกิน 300 คำ เน้นความกระชับเพื่อให้เหมาะกับหน้าจอมือถือ เนื้อหาคอนเทนต์ต้องใช้ภาษาทันสมัย เข้าใจง่ายและน่าสนใจ ถ้าเป็นไปได้ควรขอความคิดเห็นจากลูกค้ามาเป็นรีวิว แล้วพิจารณาแทรกคำคีย์เวิร์ดเพื่อการทำ SEO ลงไปอย่างเหมาะสม โดยปกติการทำบทความใน Google ควรหลีกเลี่ยงคำประเภท “ดีที่สุด” “ยอดขายอันดับหนึ่ง” การทำบทความในโซเชียลมีเดียต้องละเว้นเช่นเดียวกัน เปลี่ยนไปใช้คำถามปลายเปิดเพื่อให้ผู้ค้นหาสนใจซื้อมาทดลองใช้เอง โดยมีความเห็นเชิงบวกของผู้ที่มีประสบการณ์ตรงมาเป็นจุดโน้มน้าวใจ การทำ SEO ด้วยคีย์เวิร์ดที่โดดเด่นโดนใจจึงมีความสำคัญเช่นเดิม

ในส่วนของการใส่บทความ รูปภาพและวิดีโออยู่ในโซเชียลมีเดีย อย่าลืมใส่คีย์เวิร์ดลงไปในทุกไฟล์ ไม่ว่าจะเป็นชื่อภาพ การติดแท็ก หรือคำอธิบายเนื้อหาวิดีโอ เพื่อให้การทำ SEO ส่งผลต่อการค้นหาใน Google ด้วย รวมไปถึงเนื้อหาเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร โปรโมชั่นและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องการเผยแพร่จำเป็นต้องใส่คีย์เวิร์ดสำคัญไว้ด้วย เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ผลลัพธ์การค้นหา การเชื่อมโยงระหว่างโซเชียลมีเดียซึ่งมีจำนวนผู้ชมกดไลค์ กดแชร์จำนวนมาก มีบทบาทสำคัญและเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในตอนนี้ เพราะจะทำให้ธุรกิจของคุณติดอันดับที่ดีในผลลัพธ์การค้นหาของ Google

โซเชียลมีเดียเพิ่มความแข็งแกร่งให้ SEO ได้อย่างไร

สรุปคือไม่ว่าธุรกิจของคุณจะพึ่งพาช่องทางการสื่อสารผ่านเว็บไซต์เป็นหลัก หรือการติดต่อกับผู้คนผ่านทาง Facebook หรือสื่อสังคมรูปแบบอื่น ๆ เป็นหลัก ไม่ควรใช้อย่างใดอย่างหนึ่งแบบโดด ๆ แต่ผสมผสานให้เชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้เข้าถึงคนได้รวดเร็ว สื่อสารข้อมูลอย่างละเอียดมากขึ้น รู้จักติดตามคู่แข่งเพื่อเปรียบเทียบข้อดีข้อด้อยและปรับเปลี่ยนให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าเป้าหมายมากที่สุด ทุกวันนี้ต้องเป็นฝ่ายรุกเข้าหาลูกค้า อย่ารอคอยให้ลูกค้าค้นพบเราอย่างเดียว เราต้องเป็นฝ่ายบุกเข้าถึงตัวและนำเสนอสิ่งที่จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น

สร้างเว็บไซต์ ให้ใช้ง่ายบนมือถือ

เคล็ดลับ SEO สร้างเว็บไซต์ ให้ใช้ง่ายบนมือถือ

วิธีการสร้างเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายบนมือถือเป็นเรื่องใหม่ที่คนทำเว็บต้องเรียนรู้ สมัยก่อนจะทำหน้าเพจอย่างไรก็ได้ ไม่มีปัญหาในการใช้งานบนหน้าจอคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปขนาดใหญ่ แต่การอ่านเนื้อหาบนมือถือมีข้อจำกัดเรื่องหน้าจอที่แคบ ต้องเลื่อนลงเพื่ออ่านข้อความ จำเป็นต้องปรับรูปแบบการเขียนด้วยถ้อยคำกระชับ สื่อสารเข้าใจได้รวดเร็ว

คุณทราบหรือไม่ พาดหัวข่าวและหัวข้อย่อยเอื้อประโยชน์ในการจัดอันดับเว็บของ Google ลองกลับไปทบทวนดูว่าบทความจำนวนมากที่โพสต์ในเว็บไซต์ของคุณแต่ละบทความมีเฉพาะชื่อเรื่อง ตามด้วยเนื้อหายาวกว่า 700 คำหรือเปล่า ลองปรับเปลี่ยนเพิ่มหัวข้อย่อยลงไป ทำให้เครื่องมือค้นหาของ Google สามารถวิเคราะห์พาดหัวข่าวและหัวข้อย่อยง่ายกว่าเดิมมาก ตรวจสอบให้แน่ใจว่าหัวข้อย่อยตรงกับเนื้อความสำคัญของบทความและตรงกับคีย์เวิร์ดหลักทั้งหมด

หัวข้อการทำ SEO ที่ดีควรเป็นไปตามหลักเกณฑ์ 2 ข้อ

สองส่วนที่ว่าได้แก่ ความชัดเจนและความอยากรู้ การให้ความชัดเจนทำให้ผู้อ่านรู้ว่าบทความเกี่ยวกับอะไรโดยไม่จำเป็นต้องมีบริบทก่อน ขณะเดียวกันก็กระตุ้นให้ผู้อ่านอยากรู้อยากเห็น คลิกเข้ามาตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่ได้พลาดอะไรไป การพาดหัวบทความเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่จะดึงดูดผู้อ่านให้คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติม

การออกแบบเว็บไซต์จะต้องสร้างอย่างรัดกุมเพื่อให้ใช้ง่ายบนมือถือ รู้ว่าจะต้องเขียนบทความอย่างไรให้กระชับ สละสลวย รู้ว่าจะต้องใส่บทความตรงไหน เลือกภาพอย่างไร หากคุณเริ่มทำ SEO จะเห็นว่ายุ่งยากเล็กน้อยในครั้งแรกเท่านั้น คุณเขียนพาดหัวและใส่คีย์เวิร์ดหลักเข้าไปด้วยเสมอ ในส่วนของการเขียน Meta Description เป็นคำอธิบายสั้น ๆ ให้ทราบว่าเว็บไซต์มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจะเข้าใจรวดเร็วว่าเว็บของคุณตอบสนองสิ่งกำลังค้นหาอยู่และเลือกคลิกเข้ามาในเว็บ ยิ่งเพิ่มจำนวนคนเข้าชมเว็บมากขึ้นเท่าไร ยิ่งจะให้ผลลัพธ์ที่ดีในการจัดอันดับเว็บไซต์ของ Google ช่วยให้เข้าไปอยู่ในหน้าแรก ๆ ได้อย่างแน่นอน

หากอ่านง่ายบนมือถือ ผู้ใช้ย่อมติดใจ

หัวข้อย่อยสำคัญเช่นกัน ดูมีหลักการด้วย

การเพิ่มพาดหัวย่อยช่วยให้คุณทำ SEO เพิ่มขึ้นได้อีกเล็กน้อยและทำให้หน้าเพจอ่านง่ายขึ้นด้วย หัวข้อย่อยจึงเป็นกลยุทธ์ SEO ที่มองข้ามไม่ได้ หากเป็นไปได้ควรใช้ในทุกบทความ สำหรับการใส่รูปภาพ จะต้องเลือกรูปที่ไม่ใหญ่เกินไป เพราะจะทำให้เว็บโหลดช้า เกิดปัญหาว่าผู้อ่านไม่อยากเสียเวลาก็จะกดออกไป คุณควรตรวจสอบเว็บไซต์และปรับให้หน้าเพจมีระยะเวลาการโหลดน้อยที่สุด โดยไม่ลดทอนข้อมูลหรือสิ่งที่จำเป็น วิธีนี้จะสนับสนุนการทำ SEO บนมือถืออย่างเต็มที่ ไม่ควรใส่ข้อความหรือรูปภาพมากเกินไปจะทำให้หน้าเพจโหลดช้า ยิ่งถ้าเครือข่ายหรือความเร็วของอินเทอร์เน็ตไม่ดีด้วย จะเกิดปัญหาตามาในอนาคต เพราะ Google จะยกเลิกฐานข้อมูลเดสก์ท็อปซึ่งหมายความว่าคำค้นหาทั้งหมดจะจัดอันดับตามฐานข้อมูลมือถือ ถ้าเว็บไซต์ของคุณยังเหมาะสำหรับเดสก์ท็อปมากที่สุด ควรเริ่มต้นปรับปรุงทั้งแต่วันนี้ให้ใช้งานได้ผลดีกับอุปกรณ์มือถือเป็นหลัก

Facebook กับ SEO เกี่ยวข้องกันหรือไม่

ปัจจุบันรูปแบบการทำ SEOดูจะยากและมีหลายวิธีที่ทำให้หลายๆคนประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จ เพราะปัจจัยในการทำ SEO มันมีความหลากหลาย Facebook ก็คือหนึ่งในนั้น หากเป็นการทำ SEO ในสายการขาย การตลาด เช่น เว็บขายสินค้าและอื่นๆ แน่นอนว่าการโปรโมทให้คนรู้จักเว็บไซด์คือสิ่งสำคัญ และการเข้าถึงผู้คนได้มากก็มีผลกับการค้นหา และการทำให้อันดับ SEO ของเว็บนั้นๆดีเช่นติดหน้าหนึ่งของ Google เป็นต้น

SEO-LOGO

แน่นอนว่าปัจจุบันการทำการตลาดหรือใช้ facebook

เป็นเครื่องมือตัวหนึ่งในการทำ SEO มันยากขึ้นแต่มันก็ยังมีความสำคัญในการโปรโมท เพราะทุกวันนี้หากอยากให้คนรู้จักเว็บไซด์ของเราได้ไวที่สุด ง่ายที่สุด ลงทุนน้อยทีสุด นั่นคือ Facebook และ line แต่ส่วนใหญ่ก็เลือก Facebook เป็นอันดับแรกเพราะเข้าถึงคนง่ายที่สุด สะดวกที่สุด SEOกับFACEBOOK แต่ปัจจุบันการโปรโมทต่างๆบน Facebook ดูจะยากขึ้นทุกทีเพราะระบบของมันมีการปรับโน่นนี่หลายอย่างทำให้การทำการตลาดหรือสื่อสารด้านการค้าบน Facebook เป็นเรื่องยาก ไม่จำเป็นต้องเป็นเว็บเทาๆ ก็อาจโดน Facebook แบนยูสเซอร์ แบนเพจ หรือกลุ่มที่เราทำไว้โปรโมทได้เหมือนกัน และมันส่งผลกับ SEO เพราะหากคนไม่เข้าเว็บอันดับก็ไม่ขึ้น การค้นหาตามคีย์ที่เราต้องการจะไม่มีเว็บของเราขึ้นหน้าแรกๆหรืออันดับต้นๆ ทีนี้ใครที่ว่าไม่เกี่ยวก็คงคิดว่ามันเกี่ยวกันแล้วใช่ไหมสำหรับ Facebook กับ SEO แม้จะส่วนน้อยก็ตามแต่มันคือช่องทางการโปรโมทที่ดีที่สุดที่เราจะหาได้ในตอนนี้

SEO-LOGO

แม้ว่าการทำ SEO

จะมีเทคนิคที่หลากหลายแต่หากขาดการโปรโมทเข้าถึงผู้คนกลุ่มเป้าหมายก็อาจทำให้ไม่ประสบความสำเร็จได้เช่นกัน แม้ว่าเว็บเราจะมีคุณภาพ มีคอนเทนต์ดีๆ มีการทำ BL ที่เกิดผล โดเมนมีค่าดีๆ แต่หากไม่มีการโปรโมทสิ่งทีทำมาก็ไม่ได้อะไรเหมือนกัน เพราะมีลูกค้าบางกลุ่มสนใจยอดวิวมากกว่าการติดอันดับในหน้าแรกของ Google เขาไม่สนว่าคุณจะทำเก่งแค่ไหน แต่หากยอดวิวเข้าเว็บน้อยกว่าที่ตั้งเป้าไว้มันก็เหมือนเราทำ SEO ไม่สำเร็จเพราะจำนวนคลิ๊กไม่เกิด นั่นคือปัญหาที่คนทำ SEO ส่วนใหญ่จะเจอและที่ตามมาคือมันมักอิงกับยอดต่างๆที่ลูกค้าต้องการด้วย ไม่ว่าจะเป็นการติด AD สร้างรายได้หรือการขายสินค้าของเขา และปัญหาเหล่านี้ก็เหมือนปัญหาโลกแตกแก้ไม่จบเพราะลูกค้าไม่เข้าใจ และที่นี่คือส่วนมากการโปรโมทก็มักมาคู่กับการทำ SEO ด้วยในปัจจุบันดังนั้น Facebook กับ SEO มันก็เหมือนถูกโยงเป็นส่วนหนึ่งด้วยกันนั่นเอง