มือใหม่ขายของออนไลน์รู้จัก SEO ดีหรือยัง

มือใหม่ขายของออนไลน์รู้จัก SEO ดีหรือยัง

การขายสินค้าออนไลน์เป็นช่องทางที่สะดวกและง่ายในการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายจำนวนมากในยุคปัจจุบัน เนื่องจากทุกคนมีการพกพาโทรศัพท์มือถือเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสาร รวมไปถึงการสั่งซื้อสินค้าต่าง ๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นักธุรกิจมือใหม่ในวงการสินค้าออนไลน์ที่ต้องการประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน ควรจะรู้จักเทคนิคการตลาด SEO เพื่อใช้พัฒนาเว็บไซต์ให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้ดีขึ้น

SEO พื้นฐานของการสร้างแบรนด์

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization นับว่าเป็นพื้นฐานในการสร้างรากฐานของแบรนด์ยุคใหม่ให้ยั่งยืน เนื่องจาก Search Engine อย่าง Yahoo, Bing และ Google มีการตั้งหลักเกณฑ์ในการประเมินคุณภาพของเว็บไซต์ ซึ่งจะถูกประมวลวิเคราะห์ด้วยระบบ Algorithm ของ AI อัจฉริยะ ว่ามีคุณภาพเพียงพอที่จะนำเสนอสู่สายตาผู้ใช้ผู้ใช้บริการ Search Engine เหล่านั้นหรือไม่

หากเว็บไซต์ใด มีการพัฒนาให้สอดคล้องกับที่ Yahoo, Google และ Bing กำหนด ก็จะมีอันดับ SEO ที่สูง ทำให้ถูกแสดงในลำดับต้น ๆ ของหน้าแรกผลการค้นหา ซึ่งมีการวิจัยว่าสัมพันธ์กับยอดการสั่งซื้อ และการกลับมาซื้อซ้ำอีก ซึ่งย่อมส่งผลให้ธุรกิจออนไลน์ของแบรนด์ที่อยู่ลำดับต้น ๆ เติบโตอย่างรวดเร็ว

การทำ SEO ต้องเริ่มจากการวิเคราะห์ keyword SEO เพื่อนำมาเขียนบทความหรือผลิตสื่อมัลติมีเดียที่ส่งเสริมการขาย การใช้ Keyword ที่สั้นเกินไปหรือ Mass Keyword จะไม่สามารถสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีเท่ากับ Niche Keyword

ตัวอย่างเช่น หากใช้ Keyword ว่า “รองเท้ากีฬา” (Mass Keyword) แทนที่จะใช้คำว่า “รองเท้าวิ่ง ผู้หญิง ยี่ห้อ ไนกี้ รุ่น” (Niche Keyword) จะทำให้พลาดโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้หญิงรักสุขภาพได้ เปอร์เซ็นต์ที่จะขายได้ก็จะน้อยลง

กูรูการตลาดแนะนำให้ผู้เริ่มทำเว็บไซต์ออนไลน์ที่ต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านโฆษณา ศึกษาการทำ SEO ด้วยตัวเอง เพราะทำให้ไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่โฆษณาใด ๆ ให้แก่ Search Engine เพียงรักษามาตรฐานของคุณภาพบทความ SEO และมีความสม่ำเสมอในการอัปเดตข้อมูล ก็จะทำให้มีอันดับ SEO ที่สูงขึ้น มีศักยภาพในการแข่งขันเท่ากับร้านค้าออนไลน์ที่เปิดมาก่อนได้

อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของการทำ SEO คือ ต้องใช้ระยะเวลาในการสะสมข้อมูลลงในระบบคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะธุรกิจที่มีอัตราการแข่งขันกันสูง เช่น ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว มักจะต้องใช้เวลาเห็นผล 6 เดือนถึง 1 ปี

ดังนั้น หากต้องการเพิ่มยอดการขายแบบเร่งด่วน เช่น จัดโปรโมชั่น นำเสนอสินค้ารุ่นใหม่ กระตุ้นยอดขายในช่วงเทศกาล เช่น วันปีใหม่ วันคริสต์มาส ฯลฯ ก็ต้องเรียนรู้วิธีประชาสัมพันธ์แบบอื่นด้วย เช่น วิธี SEM (Search Engine Marketing) ที่ต้องซื้อพื้นที่โฆษณาบน Search Engine

การทำ SEO จึงเป็นเทคนิคที่ที่มือใหม่ขายของออนไลน์ควรเร่งศึกษาและนำไปปรับใช้ จะช่วยยกระดับคุณภาพของเว็บไซต์ให้ถูกวิเคราะห์ด้วย AI ได้ผลอันดับที่ดีขึ้นในระยะยาว ซึ่งทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น ร่วมกับขยายฐานลูกค้าไปพร้อมกัน

SEO พื้นฐานของการสร้างแบรนด์

ข้อดีของการเป็นเว็บไซต์ผู้ประกอบการรายย่อย ที่ทำ SEO แล้วรุ่ง

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคการตลาดที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน ทั้งเว็บไซต์ของบริษัทขนาดเล็กและขนาดใหญ่ต่างล้วนได้ประโยชน์ทั้งด้านยอดขายและจำนวนลูกค้าที่มากขึ้น ทั้งนี้ผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมากที่ทำเว็บไซต์ขนาดเล็ก อาจมีความกังวลว่าจะสามารถแข่งขันกับเว็บไซต์ขนาดใหญ่ได้อย่างไร

ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมข้อดีที่เว็บไซต์รายย่อยมี หากทำ SEO แล้วจะรุ่ง เพื่อเสริมความมั่นใจให้นักธุรกิจหน้าใหม่หรือรายเล็กหันมาพัฒนา SEO ให้กับเว็บไซต์มากขึ้น

1. เป็นเว็บไซต์ขนาดเล็ก มีการมีความยืดหยุ่นในการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงมากกว่าเว็บไซต์ขององค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ที่ต้องผ่านการคิดวิเคราะห์ รอการอนุมัติอีกหลายขั้นตอน เว็บไซต์ขนาดเล็กที่พร้อมปรับปรุงเว็บไซต์ตามหลัก SEO ตลอดเวลา จึงมีผลดีต่อการเปลี่ยนแปลงของอันดับ SEO ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

2. การใช้ Keyword ที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น สำหรับเว็บไซต์ขนาดเล็ก สามารถปรับเปลี่ยน Keyword จากทั่วไปที่เป็นคำสั้น ๆ มาเป็นวลีที่มีความยาว ซึ่งจะตรงกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะแตกต่างจากแนวคิดของบริษัทเว็บไซต์ขนาดใหญ่ที่เน้นขายสินค้าเพื่อคนส่วนใหญ่ จึงมักใช้ Keyword กว้าง การใช้ Keyword ที่เหมาะสมและตรงกับการสืบค้นของกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง จึงทำให้มีเปอร์เซ็นต์การขายได้สูงขึ้นอย่างชัดเจน

3. ผลิตบทความคุณภาพได้หลากหลายแนว มีความทันสมัยและดึงดูดใจได้มากกว่า เพราะสามารถที่จะเขียนด้วยตัวเองหรือเลือก Freelance ที่มีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ให้ทำงานได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการเลือกทีมผลิตสื่อภาพ เสียงและคลิปวีดีโอประกอบในเว็บไซต์ ที่นักธุรกิจรายเล็กสามารถที่จะเลือกทีมงานได้ง่าย ๆ โดยดูจากผลงานที่ตรงใจ โดยไม่ต้องรอการอนุมัติหรือประชุมอีกหลายขั้นตอน

4. การประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ ผ่านการพูดคุยในห้องพันทิปหรือ Facebook สามารถทำได้ด้วยตัวนักธุรกิจผู้เป็นเจ้าของเว็บไซต์เอง สร้างภาพลักษณ์ที่จริงใจและเป็นกันเอง จึงมีโอกาสได้รับการสนับสนุนมากกว่าการประชาสัมพันธ์แบบเป็นกิจจะลักษณะทางสื่อโฆษณาที่เน้นการเข้าถึงคนกลุ่มใหญ่

5. การเลือกหรือปรับเปลี่ยน Web Hosting ที่เหมาะสม ผู้ทำเว็บไซต์รายย่อยสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว หากเกิดปัญหาเว็บไซต์ล่ม หรือใช้เวลาดาวน์โหลดข้อมูลนานจนเสียลูกค้าให้ผู้ประกอบการรายอื่น ต่างจากเว็บไซต์บริษัทใหญ่ที่ต้องรอการแก้ไขและพิจารณาหลายขั้นตอนกว่าจะได้ข้อสรุป

จากข้อดีของเว็บไซต์ขนาดเล็กที่กล่าวมา นับว่าเป็นจุดเด่นที่หากนำไปประยุกต์ใช้และมีการทำ SEO อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้นักธุรกิจรายย่อยทุกกลุ่มสินค้ามีอำนาจในการแข่งขันทางธุรกิจได้ดีขึ้น ขอเพียงมีความสม่ำเสมอในการพัฒนาเว็บไซต์และหมั่นอัปเดตสาระใหม่ ๆ เป็นประจำ ก็จะทำให้มียอดขายและจำนวนลูกค้าใกล้เคียงกับเว็บไซต์ธุรกิจขนาดใหญ่ได้อย่างแน่นอน

ข้อดีของการเป็นเว็บไซต์ผู้ประกอบการรายย่อย ที่ทำ SEO แล้วรุ่ง

ทำไมนักธุรกิจรุ่นใหม่จึงต้องสนใจการทำเว็บไซต์ SEO

ทำไมนักธุรกิจรุ่นใหม่จึงต้องสนใจการทำเว็บไซต์ SEO

เนื่องจากเทคโนโลยีการสื่อสารและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่เกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ตเกือบตลอดเวลา ทำให้เกิดความนิยมในการเลือกซื้อสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์ คนรุ่นใหม่ที่สนใจทำธุรกิจทั้งในวัยเรียนและวัยทำงาน จึงต่างพากันเปิดเว็บไซต์ออนไลน์เพื่อสร้างรายได้ การทำ SEO จึงเป็นเทคนิคการตลาดและประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ยุคใหม่ ที่ได้รับความนิยมมาก เพราะทำให้เว็บไซต์ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคที่นักการตลาดแนะนำว่าเหมาะสำหรับทุกคนและสินค้าทุกประเภท เนื่องจากเป็นวิธีที่ไม่ต้องใช้ต้นทุนสูงอย่างการโฆษณาหรือ SEM (Search Engine Marketing) โดยมีหลักการให้เน้นที่คุณภาพของเว็บไซต์ เพื่อให้ประโยชน์แก่ผู้บริโภคหรือผู้ที่คลิกเข้ามาชมข้อมูลในเว็บไซต์มากที่สุด ตัวอย่างเช่น

1. การนำ keyword ที่เหมาะสมมาใช้ในการสร้างคอนเทนต์ที่มีเนื้อหาน่าสนใจ มีข้อมูลที่ถูกต้องและมีความทันสมัย ไม่มีการลอกเลียนแบบจากที่อื่น จะทำให้ผู้เข้ามาชมรู้สึกประทับใจ คุ้มค่าเวลาและอยากกลับเข้ามาเพื่อหาข้อมูลหรือความรู้ใหม่ ๆ

2. การใช้งานได้ง่าย ทั้งในระบบคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและระบบโทรศัพท์มือถือ ทำให้สะดวกในการที่จะหาข้อมูลและสั่งซื้อสินค้าได้เกือบทุกที่ทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง เป็นการเข้าหาคนรุ่นใหม่ที่ดีที่สุด

3. การเชื่อมโยง Connection กับเว็บไซต์ภายนอก ในลักษณะเป็นพันธมิตรที่ช่วยเหลือเกื้อกูล ทำให้มียอดขายดีขึ้นได้ ตัวอย่างเช่น คุณขายสินค้าที่เกี่ยวกับกล้องดิจิทัล คุณก็สามารถที่จะแลกเปลี่ยนลิงก์หรือร่วมกันประชาสัมพันธ์กับเว็บไซต์ที่ขายสินค้าเกี่ยวกับปริ้นเตอร์ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ เนื่องจากเป็นสินค้าหมวดไอที ที่มีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใกล้เคียงกัน จะทำให้เกิดความสนุกสนานในการทำงานและได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าในวงกว้างขึ้น

4. การสร้างสื่อมัลติมีเดียโดยอาศัย keyword ที่น่าสนใจ ตรงกับที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายค้นหา หากทำเพจใน Facebook ก็สามารถเช็คได้จากการติด # (hashtag) คู่กับ Keyword ต่าง ๆ หากคำใดมีจำนวนการใช้มาก ก็น่าหยิบยกมาทำคลิปมากกว่าคำที่แทบไม่มีการใช้ # เลย และเมื่อทำคลิปแล้วควรนำไปประชาสัมพันธ์ในห้องแชทหรือเพจต่าง ๆ ด้วย เช่น กลุ่มใน Facebook ที่มีลูกค้ารวมตัวกัน ก็จะยิ่งได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ และมียอดขายเพิ่มมากขึ้นด้วยเทคนิคที่นักการตลาดแนะนำว่าเหมาะสำหรับทุกคน

จะเห็นได้ว่าเทคนิคการทำ SEO ที่กล่าวมาล้วนเป็นกลยุทธ์สมัยใหม่ที่ทำให้เว็บไซต์มีความน่าสนใจ ทั้งสามารถเพิ่มยอดขายและสร้างฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นอย่างเห็นผลได้จริง หวังว่าบทความนี้จะเป็นแรงบันดาลใจสำหรับผู้สนใจการทำธุรกิจยุคใหม่ ให้สร้างเว็บไซต์ SEO ที่มีคุณภาพ เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่เพื่อให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น