3 นาที เรื่อง SEO-SEM อย่างง่าย

3 นาที เรื่อง SEO-SEM อย่างง่าย

SEO กับ SEM เป็นคำที่นักธุรกิจออนไลน์หลายคนยังสงสัยในความเหมือนและความแตกต่าง นี่จึงเป็นที่มาของบทความนี้ ซึ่งเราได้เปรียบเทียบข้อมูลสำคัญของ SEO และ SEM ไว้อย่างเข้าใจง่ายที่สุด

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นการปรับโครงสร้างและรายละเอียดต่าง ๆ ภายในเว็บไซต์หรือเพจให้ตอบโจทย์การค้นหาเป็นอันดับต้น ๆ จาก search engine ไม่ว่า กูเกิ้ล ยาฮู บิง ฯลฯ ที่ต่างมีระบบประมวลและการวิเคราะห์ดาต้าเชิงเทคนิค หรือ algorithm ที่เป็นของตัวเอง โดยมีความคาดหวังว่าจะทำให้เว็บไซต์ปรากฎแก่สายตาลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้นและนำมาซึ่งยอดรายได้และกำไรที่สูงขึ้นตามกัน

3 นาที เรื่อง SEO

สิ่งที่ควรทราบในการทำ SEO คือ

1. เจ้าของเว็บไซต์สามารถเรียนรู้การทำ SEO ด้วยตัวเอง หรืออาจจ้างบริษัทที่มีทีมเชี่ยวชาญเชิงระบบทำ SEO ให้ก็ได้เช่นกัน

2. การทำ SEO ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร จึงจะเห็นผลการเคลื่อนไหวของอันดับในการสืบค้นและยอดขาย เพราะเป็นการอัพโหลดหรือเพิ่มดาต้าใหม่ ๆ ลงระบบวิเคราะห์ของ search engine

3. SEO เป็นการนำเสนอภาพลักษณ์ที่ดูทันสมัยและใส่ใจผู้บริโภคมากขึ้น ด้วยบทความที่มีคุณภาพและโครงสร้างเว็บไซต์ที่มีมาตรฐานสูงกว่าแบบเดิม

4. การทำ SEO จำเป็นต้องทำไปตลอด เพื่อรักษาอันดับในการสืบค้นไว้ให้ยาวนาน ไม่เช่นนั้น จะถูกธุรกิจของบริษัทอื่นชิงที่นั่งอันดับสูง ๆ ในการสืบค้นไปได้

ส่วน SEM หรือ Search Engine Marketing เป็นการทำการตลาดที่มุ่งเน้นปลายทาง คือ ทำยอดขายและการครองใจผู้บริโภคให้ได้รวดเร็วและยาวนาน ในปัจจุบันการทำ SEM แบ่งได้เป็นสองแบบ คือ

1. การทำการตลาดด้วยโฆษณาและมีอัตราการจ่ายเงินตอบแทนจากบริษัทที่จ้าง แบบ pay per click หรือ PPC ดังนั้น หากมีผลลัพธ์ที่ดีหรือมีความนิยมสูงในการคลิกอ่านหรือแชร์ลิ้งค์จากบทความในเว็บไซต์ที่ทำ SEM ก็จะเท่ากับเพิ่มโอกาสได้รายได้ และสัมพันธ์กับรายจ่ายของบริษัทในการจ้างทำ SEM ด้วยเช่นกัน

2. การทำ SEO ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เป็นหนึ่งวิธีในการทำการตลาดออนไลน์ที่นิยมมากในปัจจุบัน

สิ่งที่ควรทราบในการทำ SEM คือ

1.  SEM เป็นสิ่งที่ให้ผลไวกว่า SEO เพราะใช้หลักทางการโฆษณาที่เน้นวัตถุประสงค์ที่ต้องการเห็นผลรวดเร็วและชัดเจนที่สุด

2. การทำ SEM สามารถเพิ่มส่วนคีย์เวิร์ดได้เรื่อย ๆ หรือเปลี่ยนบางคีย์เวิร์ดที่ไม่ตอบโจทย์การสืบค้นออกไปได้ด้วยเช่นกัน และสามารถวัดผลจากการเปลี่ยนคีย์เวิร์ดได้อย่างรวดเร็ว

3. SEM เหมาะกับเว็บไซต์ขนาดเล็ก หรือมีเว็บเพจหน้าเดียวมากกว่า SEO

4. การวัดผลทำได้รวดเร็วและนำไปวิเคราะห์ต่อยอดวางแผนโฆษณาได้เร็วกว่า SEO

3 นาที เรื่อง SEO-SEM

หวังว่าข้อมูลที่ได้นำเสนอไป ทั้งส่วน SEO และ SEM จะทำให้ผู้ที่เพิ่งเข้าสู่วงการธุรกิจออนไลน์เห็นภาพการทำการตลาดในโลกอินเตอร์เน็ตที่ชัดเจนยิ่งขึ้นและนำไปสู่การเลือกวิธีการนำเสนอที่เหมาะสมกับธุรกิจต่อไป

การใส่คีย์เวิร์ดให้เหมาะสมกับการทำ SEO

SEO เป็นแค่กลยุทธ์การขายจริงหรือ?

ตอนนี้ คำคีย์เวิร์ดที่ขึ้นมาพร้อมกับคำว่า “ขายของออนไลน์” ก็มักไม่พ้นคำว่า “SEO” ซึ่งทำให้หลายคนสงสัย ว่าทำไมคำว่า SEO จึงมีความหมายสำคัญนักกับการทำหน้าร้าน ONLINE ในวันนี้เราจะมาให้คำตอบกันด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ๆ การทำร้านขายของ หากในชีวิตจริงเราต้องเลือกทำเลที่ตั้ง เอา Location ที่ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นตึกที่สวยที่สุด ห้องใหญ่ที่สุด หรือตกแต่งสวยงามอย่างที่สุด (หากมีคุณลักษณะดังที่ว่ามาก็เป็นเรื่องดี นับว่าโชคดีมาก) แต่สิ่งที่สำคัญกว่า คือ การอยู่ในจุดที่ลูกค้ามีโอกาสเดินผ่านไปมาเห็นเราได้มากที่สุด และต้องเป็นลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่มีเปอร์เซ็นต์สูงที่จะซื้อสินค้าหรือบริการจากธุรกิจคุณด้วย

การใส่ SEO ในเว็บไซต์ ก็เปรียบได้กับการเลือกทำเลร้านออนไลน์ ให้ขึ้นโชว์บนหน้าแสดงผลของหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมีโอกาสขายสินค้าและบริการได้สูงที่สุด หากปรากฏในหน้าแรก ๆ เพียง 1 – 3 หน้าของการค้นหา (ไม่เกิน 10 หน้า) เช่น การหาคำว่า “สอนพิเศษออนไลน์” หากคุณเป็นผู้รับจ้างสอนไม่ว่าวิชาใด ๆ ระดับการศึกษาแค่ไหน หากคุณรับสอนออนไลน์ ก็ควรมีคำนี้ ใน SEO เพื่อที่เวลากลุ่มเป้าหมายมาคีย์ลงในช่อง search engine ต่าง ๆ ไม่ว่า google yahoo ก็ตาม ก็จะได้มีโอกาสเห็นหน้าร้านคุณจากการจัดอับดับของแหล่งค้นหานั้น ๆ ซึ่งการใส่ คีย์เวิร์ดเพียงอย่างเดียว ก็ไม่สามารถตอบโจทย์ การทำ SEO ที่สมบูรณ์ได้ ยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ อีกมาก ที่สำคัญคือ การใส่ content หรือเนื้อหาที่มีความสัมพันธ์กันกับสินค้าและบริการของคุณ โดยต้องเป็นเนื้อหาที่มีประโยชน์ หรือคุณค่า (value) สูง ไม่ใช่เนื้อหาแบบที่คุณอาจเคยเห็นว่าเหมือนแปลด้วยบอท (เป็นภาษาหุ่นยนต์)

การใส่คีย์เวิร์ดให้เหมาะสมกับการทำ SEO

การใส่คีย์เวิร์ดที่เหมาะสมเพื่อการทำ SEO จึงต้องเลือกคนทำคอนเทนต์ที่เก่งและมีภูมิรู้ในเรื่อง SEO คู่กับเนื้อหาที่นำเสนอพอสมควร เช่น คุณทำธุรกิจเรื่องอาหารเสริม ก็จำเป็นต้องหาคนที่รับงานเขียน content ที่เรียนจบด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพโดยตรง เช่น แพทย์ เภสัชกร เนื่องจากมีความรู้ลึกซึ้งในกลไกการทำงานระบบต่าง ๆ ร่างกาย รวมถึงเคมีของยา วิตามิน-อาหารเสริม และหากเป็นไปได้ควรขอดูโปรไฟล์ (ข้อมูลการจบการศึกษา-เกรดวิชา) คู่กับ port ผลงานเขียนเพื่อการตัดสินใจจ้างเขียนบทความ SEO ซึ่งเรียกได้ว่ามี agency มากมายที่เป็นสื่อกลางหรือเป็นที่รวมตัวของผู้ที่รับงานเขียนเหล่านี้

การทำ SEO จึงเรียกได้ว่าเป็น “หัวใจ” ของการทำหน้าร้านออนไลน์ ที่ไม่ใช่เป็นเพียงกลยุทธ์การขาย แต่ยังเป็นภาพลักษณ์ หรือเป็น brand ambassador ที่ดีได้ หากเลือกทำคอนเทนต์ที่เป็นแนวทางเดียวกัน ในการสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจคุณ

SEO เป็นแค่กลยุทธ์การขายจริงหรือ

คอนเทนต์ในเว็บเปลี่ยนไปอย่างไรหลังทำ SEO

คอนเทนต์ในเว็บเปลี่ยนไปอย่างไรหลังทำ SEO

หลายคนมีประสบการณ์เขียนบล็อกหรือทำเว็บไซต์มานาน อาจเขียนบล็อกเพราะความชอบส่วนตัว คล้ายกับบันทึกประจำวันที่มีแฟนคลับติดใจและติดตามอ่านสม่ำเสมอ หรือเขียนบทความลงเว็บไซต์เป็นส่วนหนึ่งของการโปรโมทสินค้าและบริการ ก่อนหน้านั้นไม่เคยกังวลเรื่องการทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับหรือการทำ SEO ให้มองเห็นรวดเร็วและง่าย ๆ ขึ้น ต่อมาโลกอินเทอร์เน็ตเติบโตแบบก้าวกระโดด ใคร ๆ ก็เปิดเพจขายของออนไลน์ มีเว็บไซต์เป็นของตัวเองง่าย ๆ บ้างก็เป็นโฮสต์ฟรีไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้วยซ้ำ ทำให้รู้สึกว่าตัวเองต้องขยับขยายทำอะไรบางอย่างแล้ว ไม่เช่นนั้นเว็บไซต์ของเราจะแข่งขันกับใครไม่ได้ โดยเฉพาะธุรกิจที่ขายสินค้าผ่านเว็บไซต์ จะต้องกระตือรือร้นก้าวตามโลกเทคโนโลยีและการตลาดให้ทัน รู้ว่าการทำ SEO เป็นอย่างไร ถ้าไม่อยากให้เนื้อหาบทความดี ๆ ที่เขียนมาเป็นการเสียเปล่า เพราะจำนวนคนเข้ามาเยี่ยมชมน้อยลงทุกวัน

คุณภาพของคอนเทนต์เป็นหัวใจสำคัญ

การทำคอนเทนต์ที่มีคุณภาพเป็นหัวใจสำคัญ หมายถึงลีลาการเขียนที่สนุก สอดแทรกสาระความรู้ เนื้อหากระชับอ่านง่าย ถามว่าบทความบนหน้าเว็บไซต์จะเปลี่ยนไปอย่างไรหลังการทำ SEO แน่นอนว่าสไตล์การเขียนยังคงไม่แตกต่าง ไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้บล็อกที่เคยเขียนไว้คลายมนต์เสน่ห์ลงไป สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือการใส่รายละเอียดเพิ่มเติม นั่นคือคีย์เวิร์ด ซึ่งเป็นคำค้นหาที่ผู้อ่าน ผู้ติดตาม หรือลูกค้า นำมาพิมพ์ลงใน Google เพื่อค้นหาสิ่งที่ตนต้องการ หากคุณเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการเกษตร อาจมี คีย์เวิร์ด เกี่ยวกับ “ศัตรูพืช” , “ปุ๋ยชีวภาพ” , “สูตรเร่งดอก” , “น้ำหมัก” , “วิถีเกษตร” , “เกษตรพอเพียง” เพราะคำเหล่านี้ถูกค้นหาบ่อย ๆ ซึ่งเราตรวจสอบได้จาก Google เพื่อเลือกคำคีย์เวิร์ดที่ควรใช้ให้มีการเชื่อมโยงถึงเว็บไซต์ของเรามากขึ้น

ข้อมูลของบทความในเชิงวิเคราะห์เจาะลึกเป็นสิ่งที่ผู้อ่านชื่นชอบเห็นพิเศษ เพราะมีเอกลักษณ์และความแตกต่าง เป็นเรื่องใหม่ ๆ มีเนื้อหาไม่ซ้ำใคร อ่านแล้วได้รับประโยชน์หรือความบันเทิง เป็นการทำตลาดคอนเทนต์ที่มีประสิทธิภาพ ยิ่งเรานำคีย์เวิร์ดที่ดีแทรกลงไปตามจำนวนและตำแหน่งที่เหมาะสม ทำให้บล็อกและเว็บไซต์นั้นน่าอ่านและดึงดูดความสนใจได้ดีกว่ารูปภาพสวย ๆ หรือวิดีโอ นับเป็นเสน่ห์ของการโฆษณาแฝงอยู่ในบทความอย่างแนบเนียน เรียกว่าทำให้ลูกค้าเห็นข้อดีและตัดสินใจซื้อง่ายกว่าการดูโฆษณาขายสินค้าโดยตรง เหมือนอย่างโฆษณาของบรรดาบริษัทประกันชีวิตต่าง ๆ ทุกวันนี้ทำขึ้นโดยอาศัยเนื้อหาที่จับใจและสะเทือนอารมณ์ ซึ่งดึงดูดความสนใจได้ดีกว่าการขายโดยตรง การทำคอนเทนต์ลงในบล็อกและเว็บไซต์ต้องอาศัยการทำ SEO ในลักษณะเดียวกัน บทความที่มีคุณภาพช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์มากขึ้น

ข้อดีคือการทำตลาดออนไลน์มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการโฆษณาแบบดั้งเดิมมาก หากคุณใส่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้า สามารถแชร์คอนเทนต์ที่น่าสนใจนั้นลงในสื่อโซเชียลได้ด้วย และทำลิงก์เชื่อมโยงกลับมายังบล็อกและเว็บไซต์ ช่วยให้มีผู้อ่านบทความมากขึ้นและเป็นการทำ SEO ให้ทาง Google จัดอันดับของเว็บให้ดีขึ้นอีกด้วย

คุณภาพของคอนเทนต์เป็นหัวใจสำคัญ