ทำเว็บไซต์ SEO อย่างไร เรียกลูกค้า

ทำเว็บไซต์ SEO อย่างไร เรียกลูกค้าดี

การทำเว็บไซต์ SEO ที่มีคุณภาพเพื่อเรียกกลุ่มคนเป้าหมายให้เข้ามาชมข้อมูลและเลือกซื้อสินค้าและบริการจากเว็บไซต์ของคุณได้นั้น ในยุคปัจจุบันจำเป็นต้องศึกษาการทำ SEO ที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในแต่ละวันที่มีมหาศาล แต่จะทำอย่างไร จึงจะได้เว็บไซต์ SEO ที่เรียกลูกค้าได้ดี เรามาดูเทคนิคกัน

ทำเว็บไซต์ SEO อย่างไร เรียกลูกค้าดี

เว็บไซต์ SEO คือ อะไร

การปรับเว็บไซต์ธรรมดาของคุณให้เป็นเว็บไซต์ SEO คือ การเพิ่มเติมคีย์เวิร์ด SEO ในส่วนต่าง ๆ มีการปรับโครงสร้างพื้นฐานของเว็บไซต์ มีการเพิ่มลิ้งค์จากภายนอกที่มีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการขายของสินค้าคุณได้จริง จึงจะทำให้เว็บไซต์ SEO ถูกสืบค้นได้เป็นอันดับต้น ๆ ในหน้าแรกของ search engine ที่แน่นอนว่าจะมีผู้คลิกเข้ามาอ่านเนื้อหา และเลือกซื้อสินค้าและบริการของแบรนด์คุณมากขึ้นด้วย

จะทำอย่างไร ให้เว็บไซต์ SEO เรียกลูกค้าดี

การจะเรียกลูกค้าหรือทำให้จูงใจผู้อ่านให้เข้ามาชมข้อมูลในเว็บไซต์ของคุณ จำเป็นต้องมีการปรับส่วนประกอบในเว็บไซต์ ดังนี้

1. มี keyword SEO ในส่วนหัวเรื่องที่คุณนำเสนอ เช่น คีย์เวิร์ดว่า เกมส์ ก็ต้องมีคำว่าเกมส์ในหัวข้อ เช่น เกมส์อีสปอร์ตในปี 2019 มีอะไรใหม่ เป็นต้น

2. มีการใส่คีย์เวิร์ด SEO ทั้งในส่วนย่อหน้าแรก หรือที่เรียกว่า description ส่วนเนื้อหาหลัก และส่วนปิดท้าย หรือบทสรุปของเรื่อง ควรกระจายทั่วไป และไม่ควรซ้ำมากจนระบบ algorithm ของ search engine ตีความหมายว่าเป็น spam หรือบทความขยะที่จะทำให้เว็บไซต์ของคุณถูกลดอันดับลงไปด้วย

3. ส่วนนี้สำคัญมากที่สุด คือ เนื้อหาหลักที่ต้องตรงกับโจทย์ หรือหัวข้อที่คุณนำเสนอไปตอนต้น ไม่ควรหลุดประเด็นจากโครงเรื่องที่วางไว้ หรือมีส่วนของโฆษณาส่งเสริมการขายที่มากเกินไป จนทำให้ผู้อ่านรู้สึกเสียเวลา บทความขาดความน่าเชื่อถือ และอาจทำให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเลิกเข้ามาในเว็บไซต์ของคุณอีกก็เป็นได้

4. การตั้งชื่อของ URL address ก็เป็นส่วนที่ต้องให้ความใส่ใจ เนื่องจากหลายท่านตั้งชื่อโดยใช้คีย์เวิร์ดที่เป็นภาษาไทยในส่วนนี้ การผิดเพี้ยนของสระ ตัวอักษร วรรณยุกต์ แม้เพียงตัวเดียว ก็ทำให้หน้าของบทความนั้น ๆ ไม่สามารถถูกเปิดได้ ทำให้การลงทุนด้านงานเขียนสูญเปล่า คุณจึงควรใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษที่มีความหมายตรงกับ keyword ที่ชัดเจนที่สุดในการตั้งชื่อ url address เช่น คีย์เวิร์ดว่าดอกไม้ ก็ควรใช้ว่า flower รองเท้า ก็ควรใช้ว่า shoe เป็นต้น

ทำเว็บไซต์ SEO เรียกลูกค้าดี

การทำเว็บไซต์ SEO ให้เรียกลูกค้าเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยาก เพียงแต่ต้องมีความสม่ำเสมอในการผลิต content และมีทีมงานที่ดูแลโครงสร้างของเว็บไซต์ให้มีคุณสมบัติตรงตามที่ search engine กำหนดเสมอ

ทำเว็บไซต์ SEO อย่างไร ให้ติดอันดับท็อป

ทำเว็บไซต์ SEO อย่างไร ให้ติดอันดับท็อป

การทำธุรกิจออนไลน์ให้สำเร็จทางด้านชื่อเสียงและยอดขาย จำเป็นต้องมีการเว็บไซต์ให้ตรงตามหลักเกณฑ์ของระบบสืบค้นหรือ search engine ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือสร้างสรรค์งานบริการที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้มากที่สุด

ในส่วนของเว็บไซต์ SEO นี้ การทำให้สามารถติดอันดับท็อปบนเครือข่ายระบบสืบค้นอย่าง yahoo หรือ google ได้จะสัมพันธ์กับยอดขายอย่างมากใน 5 อันดับแรก โดยเฉพาะในอันดับที่ 1 ที่มีมูลค่าทางการตลาดมากกว่าอันดับ 2 ถึงเกือบเท่าตัว

ทำเว็บไซต์ SEO ให้ติดอันดับท็อป

การจะทำให้เว็บไซต์ SEO ถูกจัดเป็นหนึ่งในลำดับต้น ๆ นั้น ต้องมีองค์ประกอบ ต่อไปนี้

1. ต้องหมั่น update เนื้อหา รูปภาพประกอบ คลิปวิดีโอ ที่น่าสนใจ เสริมสร้างการขาย หรือให้คุณค่าแก่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ ซึ่งแน่นอนว่าการใส่คีย์เวิร์ดที่เหมาะสมในบทความ SEO หรือใช้ในการตั้งชื่อภาพจำเป็นต้องผ่านการวิจัยด้วยโปรแกรมที่มีความทันสมัยอยู่เสมอด้วย

2. การไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้ เช่น การฝึกใช้ระบบ CMS หรือ content management system เพื่อเอื้ออำนวยต่อการบริหารจัดการเนื้อหาในเว็บไซต์รุ่นใหม่ อย่าง เช่น word press เป็นการเพิ่มความสะดวกและฉับไวในการทำธุรกิจออนไลน์ ลดการใช้ทรัพยากรบุคคล และลดภาระค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยในการดูแล website ได้ด้วย

3. การให้เครดิตแก่เว็บไซต์อื่นที่มีการแชร์เนื้อหา ภาพ คลิป หรือการเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงที่ให้ความน่าเชื่อถือเสริมสร้างความมั่นใจแก่ลูกค้า หรือการทำ backlink ที่มีคุณภาพ ล้วนเป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มอันดับในการสืบค้นและสร้างพันธมิตรที่ดีในวงการธุรกิจออนไลน์ด้วย

4. การนำบทความไปแชร์ต่อในโซเชียล เช่น facebook และการซื้อพื้นที่โฆษณาในเว็บไซต์เหล่านี้ จะช่วยในการโปรโมตธุรกิจให้มีคนรู้จักมากขึ้น เพิ่มการเข้าชมเว็บไซต์ หรือที่เรียกว่าเป็นการเพิ่ม traffic ส่งผลต่ออันดับการสืบค้น และช่วยเพิ่มโอกาสในการขายผ่านหลากหลายช่องทางมากขึ้นด้วย

5. การสร้างส่วนหัวข้อ (title) และส่วน description ให้น่าสนใจ โดยไม่ละทิ้งคีย์เวิร์ด SEO จะทำให้ผู้อ่านเห็นภาพรวมและตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะคลิกเข้ามาอ่านส่วนเนื้อหาภายในเว็บไซต์ดีหรือไม่ การเลือกหัวข้อ title ที่ไม่ยาวเกินไป มีลักษณะเป็นการตั้งคำถาม หรือยกประเด็นที่กำลังอยู่ในกระแสสังคม เช่น ภาษีธุรกิจออนไลน์สนับสนุนหรือซ้ำเติมเศรษฐกิจรากหญ้า ? โครงการกู้ยืมสินเชื่อซื้อบ้าน ปี 2019 คิดดีหรือยังก่อนเป็นหนี้ ? ฯลฯ เหล่านี้จะสามารถดึงดูดใจผู้อ่านให้เข้ามาเยี่ยมชมในเว็บไซต์ได้มากกว่าการสร้างประโยคบอกเล่าแบบเดิม ๆ

ทำเว็บไซต์ SEO อย่างไร ให้ติดอันดับ

การทำเว็บไซต์ขายสินค้าและบริการใน ปี 2019 เป็นอีกปีหนึ่งที่ต้องแข่งขันด้านคุณภาพ และความรวดเร็วในการปรับตัวสูง เพื่อประโยชน์แก่ลูกค้าและผลลัพธ์ทางธุรกิจที่น่าพอใจ การทำเว็บไซต์ SEO ต้องพิจารณาความเหมาะสมและเพิ่มเติมความเป็นเอกลักษณ์ดึงดูดใจที่แปลกใหม่สู่ผู้อ่านกลุ่มเป้าหมาย จึงจะมีโอกาสทำให้เว็บไซต์ธุรกิจก้าวขึ้นสู่อันดับท็อปในการสืบค้นออนไลน์

3 นาที เรื่อง SEO-SEM อย่างง่าย

3 นาที เรื่อง SEO-SEM อย่างง่าย

SEO กับ SEM เป็นคำที่นักธุรกิจออนไลน์หลายคนยังสงสัยในความเหมือนและความแตกต่าง นี่จึงเป็นที่มาของบทความนี้ ซึ่งเราได้เปรียบเทียบข้อมูลสำคัญของ SEO และ SEM ไว้อย่างเข้าใจง่ายที่สุด

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นการปรับโครงสร้างและรายละเอียดต่าง ๆ ภายในเว็บไซต์หรือเพจให้ตอบโจทย์การค้นหาเป็นอันดับต้น ๆ จาก search engine ไม่ว่า กูเกิ้ล ยาฮู บิง ฯลฯ ที่ต่างมีระบบประมวลและการวิเคราะห์ดาต้าเชิงเทคนิค หรือ algorithm ที่เป็นของตัวเอง โดยมีความคาดหวังว่าจะทำให้เว็บไซต์ปรากฎแก่สายตาลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้นและนำมาซึ่งยอดรายได้และกำไรที่สูงขึ้นตามกัน

3 นาที เรื่อง SEO

สิ่งที่ควรทราบในการทำ SEO คือ

1. เจ้าของเว็บไซต์สามารถเรียนรู้การทำ SEO ด้วยตัวเอง หรืออาจจ้างบริษัทที่มีทีมเชี่ยวชาญเชิงระบบทำ SEO ให้ก็ได้เช่นกัน

2. การทำ SEO ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร จึงจะเห็นผลการเคลื่อนไหวของอันดับในการสืบค้นและยอดขาย เพราะเป็นการอัพโหลดหรือเพิ่มดาต้าใหม่ ๆ ลงระบบวิเคราะห์ของ search engine

3. SEO เป็นการนำเสนอภาพลักษณ์ที่ดูทันสมัยและใส่ใจผู้บริโภคมากขึ้น ด้วยบทความที่มีคุณภาพและโครงสร้างเว็บไซต์ที่มีมาตรฐานสูงกว่าแบบเดิม

4. การทำ SEO จำเป็นต้องทำไปตลอด เพื่อรักษาอันดับในการสืบค้นไว้ให้ยาวนาน ไม่เช่นนั้น จะถูกธุรกิจของบริษัทอื่นชิงที่นั่งอันดับสูง ๆ ในการสืบค้นไปได้

ส่วน SEM หรือ Search Engine Marketing เป็นการทำการตลาดที่มุ่งเน้นปลายทาง คือ ทำยอดขายและการครองใจผู้บริโภคให้ได้รวดเร็วและยาวนาน ในปัจจุบันการทำ SEM แบ่งได้เป็นสองแบบ คือ

1. การทำการตลาดด้วยโฆษณาและมีอัตราการจ่ายเงินตอบแทนจากบริษัทที่จ้าง แบบ pay per click หรือ PPC ดังนั้น หากมีผลลัพธ์ที่ดีหรือมีความนิยมสูงในการคลิกอ่านหรือแชร์ลิ้งค์จากบทความในเว็บไซต์ที่ทำ SEM ก็จะเท่ากับเพิ่มโอกาสได้รายได้ และสัมพันธ์กับรายจ่ายของบริษัทในการจ้างทำ SEM ด้วยเช่นกัน

2. การทำ SEO ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เป็นหนึ่งวิธีในการทำการตลาดออนไลน์ที่นิยมมากในปัจจุบัน

สิ่งที่ควรทราบในการทำ SEM คือ

1.  SEM เป็นสิ่งที่ให้ผลไวกว่า SEO เพราะใช้หลักทางการโฆษณาที่เน้นวัตถุประสงค์ที่ต้องการเห็นผลรวดเร็วและชัดเจนที่สุด

2. การทำ SEM สามารถเพิ่มส่วนคีย์เวิร์ดได้เรื่อย ๆ หรือเปลี่ยนบางคีย์เวิร์ดที่ไม่ตอบโจทย์การสืบค้นออกไปได้ด้วยเช่นกัน และสามารถวัดผลจากการเปลี่ยนคีย์เวิร์ดได้อย่างรวดเร็ว

3. SEM เหมาะกับเว็บไซต์ขนาดเล็ก หรือมีเว็บเพจหน้าเดียวมากกว่า SEO

4. การวัดผลทำได้รวดเร็วและนำไปวิเคราะห์ต่อยอดวางแผนโฆษณาได้เร็วกว่า SEO

3 นาที เรื่อง SEO-SEM

หวังว่าข้อมูลที่ได้นำเสนอไป ทั้งส่วน SEO และ SEM จะทำให้ผู้ที่เพิ่งเข้าสู่วงการธุรกิจออนไลน์เห็นภาพการทำการตลาดในโลกอินเตอร์เน็ตที่ชัดเจนยิ่งขึ้นและนำไปสู่การเลือกวิธีการนำเสนอที่เหมาะสมกับธุรกิจต่อไป

ผลกระทบที่ AI มีต่อภาวะเศรษฐกิจโลก

ผลกระทบที่ AI มีต่อภาวะเศรษฐกิจโลก

ผลกระทบ AI

ปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกเรายุคปัจจุบันหมุนเร็วมากกว่าอดีตหลายเท่าตัว เนื่องจากมีการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขีดจำกัดในการวิเคราะห์เชิงลึกและมีความซับซ้อน อย่างปัญญาประดิษฐ์หรือ AI และนำไปประยุกต์ใช้ในวงการต่าง ๆ ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และนี่คือสิ่งที่เป็นผลจากการนำ AI มาประยุกต์ในแต่ละด้าน

AI จะถูกใช้เพื่อการประมวลผลเชิงเทคนิค

รองรับการทำงานที่มีระบบอัลกอริทึ่มออนไลน์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นในอนาคต ทำให้ได้ความชัดเจนแม่นยำเพื่อการวางแผนและมาตรการทางเศรษฐกิจและสังคมที่ชัดเจนขึ้น โดยประเทศมหาอำนาจอย่างจีนและสหรัฐ จึงส่งผลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกโดยภาพรวม

การนำเทคโนโลยี AI มาใช้วิเคราะห์ด้านการเมือง

การเลือกตั้ง รวมถึงสำรวจด้านความนิยมของประชาชนในช่วงฤดูกาลที่มีการหาเสียง ส่งผลชัดเจนต่อการวิพากษ์วิจารณ์โดยสื่อมวลชน รวมถึงมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจลงคะแนนของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ดังที่เกิดขึ้นในช่วงที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในปี 2016 ที่ผ่านมา เมื่อเทคโนโลยี AI มีบทบาทในวงการเลือกตั้ง ย่อมมีความเกี่ยวพันกับนโยบายและทิศทางการขับเคลื่อนในยุคสมัยของผู้นำชาติแต่ละราย ไม่ว่าจะเป็นระบบที่มีนายกรัฐมนตรีหรือประธานาธิบดี และไม่ว่าจะเป็นชาติมหาอำนาจอย่างอเมริกาหรือภายในประเทศอย่างไทยของเราเอง

AI ส่งผลต่ออิทธิพลของแต่ละประเทศ

โดยประเทศที่มีทรัพยากรบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญ หรือเป็น “กำลังสมอง” ที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะโปรแกรมเมอร์ จะกลายเป็นชาติที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลกในทศวรรษหน้าอย่างแน่นอน

ผลกระทบที่ AI มีต่อเศรษฐกิจโลก

การวิเคราะห์สถานการณ์ทางตลาดหุ้นด้วยปัญญาประดิษฐ์ AI

จะทำให้เกิดการลงทุนที่เป็นแบบแผนอย่าง VI หรือการลงทุนอย่างเน้นคุณค่าที่ชัดเจนมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ส่งผลให้เกิดกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ที่ยอมเสี่ยงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์การลงทุนที่ดียิ่งขึ้นเมื่อลองผ่ากฎต่าง ๆ ที่ AI วิเคราะห์ออกมา ขณะเดียวกันตลาดหุ้นในอนาคตของทั่วโลก จะมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วฉับไวยิ่งขึ้น มีความผันผวนแปรปรวนตามเทรนด์การลงทุนยิ่งขึ้น

AI จะนำไปวิเคราะห์ทางสภาพอากาศ

ผ่านการเชื่อมโยงสัญญาณดาวเทียมที่มีความเร็วสูงมากกว่า 4G ของสัญญาณมือถือในปัจจุบันหลายเท่าตัว ซึ่งส่งผลดีต่อการพยากรณ์อากาศ และเกี่ยวข้องกับการควบคุมการจราจรทางอากาศ ไม่ว่าระบบการขนส่งทั้งคน เช่น เครื่องบินโดยสาร และการขนส่งสินค้าหรือโลจิสติกส์ทางเครื่องบิน

AI เพื่อการวิเคราะห์ทางการแพทย์

ทางการแพทย์เรียกได้ว่าจะเป็นผลเชิงบวกต่อการวิเคราะห์โรคจากผลการตรวจเลือดและปัสสาวะ การเกิดวิธีรักษาโรคด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น การผ่าตัดเนื้องอกหรือเซลล์มะเร็งออกจากร่างกาย การผ่าตัดหรือสลายต้อที่ดวงตา ฯลฯการเติบโตอย่างรวดเร็วทางเทคโนโลยีAI

จะเห็นได้ว่าการนำปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ไปใช้ในวงการต่าง ๆ ทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนเป็นผลบวกด้านความรวดเร็วฉับไว ทำให้เกิดนวัตกรรมที่แปลกใหม่ ส่งผลต่อแนวความคิดและคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลกด้วย เราจึงต้องติดตามการใช้ AI ในวงการต่าง ๆ เพื่อให้สามารถรับมือกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่จะเปลี่ยนแปลงตามกัน

ผลกระทบที่ AI มีต่อภาวะเศรษฐกิจโลก

การใส่คีย์เวิร์ดให้เหมาะสมกับการทำ SEO

SEO เป็นแค่กลยุทธ์การขายจริงหรือ?

ตอนนี้ คำคีย์เวิร์ดที่ขึ้นมาพร้อมกับคำว่า “ขายของออนไลน์” ก็มักไม่พ้นคำว่า “SEO” ซึ่งทำให้หลายคนสงสัย ว่าทำไมคำว่า SEO จึงมีความหมายสำคัญนักกับการทำหน้าร้าน ONLINE ในวันนี้เราจะมาให้คำตอบกันด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ๆ การทำร้านขายของ หากในชีวิตจริงเราต้องเลือกทำเลที่ตั้ง เอา Location ที่ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นตึกที่สวยที่สุด ห้องใหญ่ที่สุด หรือตกแต่งสวยงามอย่างที่สุด (หากมีคุณลักษณะดังที่ว่ามาก็เป็นเรื่องดี นับว่าโชคดีมาก) แต่สิ่งที่สำคัญกว่า คือ การอยู่ในจุดที่ลูกค้ามีโอกาสเดินผ่านไปมาเห็นเราได้มากที่สุด และต้องเป็นลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่มีเปอร์เซ็นต์สูงที่จะซื้อสินค้าหรือบริการจากธุรกิจคุณด้วย

การใส่ SEO ในเว็บไซต์ ก็เปรียบได้กับการเลือกทำเลร้านออนไลน์ ให้ขึ้นโชว์บนหน้าแสดงผลของหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมีโอกาสขายสินค้าและบริการได้สูงที่สุด หากปรากฏในหน้าแรก ๆ เพียง 1 – 3 หน้าของการค้นหา (ไม่เกิน 10 หน้า) เช่น การหาคำว่า “สอนพิเศษออนไลน์” หากคุณเป็นผู้รับจ้างสอนไม่ว่าวิชาใด ๆ ระดับการศึกษาแค่ไหน หากคุณรับสอนออนไลน์ ก็ควรมีคำนี้ ใน SEO เพื่อที่เวลากลุ่มเป้าหมายมาคีย์ลงในช่อง search engine ต่าง ๆ ไม่ว่า google yahoo ก็ตาม ก็จะได้มีโอกาสเห็นหน้าร้านคุณจากการจัดอับดับของแหล่งค้นหานั้น ๆ ซึ่งการใส่ คีย์เวิร์ดเพียงอย่างเดียว ก็ไม่สามารถตอบโจทย์ การทำ SEO ที่สมบูรณ์ได้ ยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ อีกมาก ที่สำคัญคือ การใส่ content หรือเนื้อหาที่มีความสัมพันธ์กันกับสินค้าและบริการของคุณ โดยต้องเป็นเนื้อหาที่มีประโยชน์ หรือคุณค่า (value) สูง ไม่ใช่เนื้อหาแบบที่คุณอาจเคยเห็นว่าเหมือนแปลด้วยบอท (เป็นภาษาหุ่นยนต์)

การใส่คีย์เวิร์ดให้เหมาะสมกับการทำ SEO

การใส่คีย์เวิร์ดที่เหมาะสมเพื่อการทำ SEO จึงต้องเลือกคนทำคอนเทนต์ที่เก่งและมีภูมิรู้ในเรื่อง SEO คู่กับเนื้อหาที่นำเสนอพอสมควร เช่น คุณทำธุรกิจเรื่องอาหารเสริม ก็จำเป็นต้องหาคนที่รับงานเขียน content ที่เรียนจบด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพโดยตรง เช่น แพทย์ เภสัชกร เนื่องจากมีความรู้ลึกซึ้งในกลไกการทำงานระบบต่าง ๆ ร่างกาย รวมถึงเคมีของยา วิตามิน-อาหารเสริม และหากเป็นไปได้ควรขอดูโปรไฟล์ (ข้อมูลการจบการศึกษา-เกรดวิชา) คู่กับ port ผลงานเขียนเพื่อการตัดสินใจจ้างเขียนบทความ SEO ซึ่งเรียกได้ว่ามี agency มากมายที่เป็นสื่อกลางหรือเป็นที่รวมตัวของผู้ที่รับงานเขียนเหล่านี้

การทำ SEO จึงเรียกได้ว่าเป็น “หัวใจ” ของการทำหน้าร้านออนไลน์ ที่ไม่ใช่เป็นเพียงกลยุทธ์การขาย แต่ยังเป็นภาพลักษณ์ หรือเป็น brand ambassador ที่ดีได้ หากเลือกทำคอนเทนต์ที่เป็นแนวทางเดียวกัน ในการสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจคุณ

SEO เป็นแค่กลยุทธ์การขายจริงหรือ

คอนเทนต์ในเว็บเปลี่ยนไปอย่างไรหลังทำ SEO

คอนเทนต์ในเว็บเปลี่ยนไปอย่างไรหลังทำ SEO

หลายคนมีประสบการณ์เขียนบล็อกหรือทำเว็บไซต์มานาน อาจเขียนบล็อกเพราะความชอบส่วนตัว คล้ายกับบันทึกประจำวันที่มีแฟนคลับติดใจและติดตามอ่านสม่ำเสมอ หรือเขียนบทความลงเว็บไซต์เป็นส่วนหนึ่งของการโปรโมทสินค้าและบริการ ก่อนหน้านั้นไม่เคยกังวลเรื่องการทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับหรือการทำ SEO ให้มองเห็นรวดเร็วและง่าย ๆ ขึ้น ต่อมาโลกอินเทอร์เน็ตเติบโตแบบก้าวกระโดด ใคร ๆ ก็เปิดเพจขายของออนไลน์ มีเว็บไซต์เป็นของตัวเองง่าย ๆ บ้างก็เป็นโฮสต์ฟรีไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้วยซ้ำ ทำให้รู้สึกว่าตัวเองต้องขยับขยายทำอะไรบางอย่างแล้ว ไม่เช่นนั้นเว็บไซต์ของเราจะแข่งขันกับใครไม่ได้ โดยเฉพาะธุรกิจที่ขายสินค้าผ่านเว็บไซต์ จะต้องกระตือรือร้นก้าวตามโลกเทคโนโลยีและการตลาดให้ทัน รู้ว่าการทำ SEO เป็นอย่างไร ถ้าไม่อยากให้เนื้อหาบทความดี ๆ ที่เขียนมาเป็นการเสียเปล่า เพราะจำนวนคนเข้ามาเยี่ยมชมน้อยลงทุกวัน

คุณภาพของคอนเทนต์เป็นหัวใจสำคัญ

การทำคอนเทนต์ที่มีคุณภาพเป็นหัวใจสำคัญ หมายถึงลีลาการเขียนที่สนุก สอดแทรกสาระความรู้ เนื้อหากระชับอ่านง่าย ถามว่าบทความบนหน้าเว็บไซต์จะเปลี่ยนไปอย่างไรหลังการทำ SEO แน่นอนว่าสไตล์การเขียนยังคงไม่แตกต่าง ไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้บล็อกที่เคยเขียนไว้คลายมนต์เสน่ห์ลงไป สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือการใส่รายละเอียดเพิ่มเติม นั่นคือคีย์เวิร์ด ซึ่งเป็นคำค้นหาที่ผู้อ่าน ผู้ติดตาม หรือลูกค้า นำมาพิมพ์ลงใน Google เพื่อค้นหาสิ่งที่ตนต้องการ หากคุณเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการเกษตร อาจมี คีย์เวิร์ด เกี่ยวกับ “ศัตรูพืช” , “ปุ๋ยชีวภาพ” , “สูตรเร่งดอก” , “น้ำหมัก” , “วิถีเกษตร” , “เกษตรพอเพียง” เพราะคำเหล่านี้ถูกค้นหาบ่อย ๆ ซึ่งเราตรวจสอบได้จาก Google เพื่อเลือกคำคีย์เวิร์ดที่ควรใช้ให้มีการเชื่อมโยงถึงเว็บไซต์ของเรามากขึ้น

ข้อมูลของบทความในเชิงวิเคราะห์เจาะลึกเป็นสิ่งที่ผู้อ่านชื่นชอบเห็นพิเศษ เพราะมีเอกลักษณ์และความแตกต่าง เป็นเรื่องใหม่ ๆ มีเนื้อหาไม่ซ้ำใคร อ่านแล้วได้รับประโยชน์หรือความบันเทิง เป็นการทำตลาดคอนเทนต์ที่มีประสิทธิภาพ ยิ่งเรานำคีย์เวิร์ดที่ดีแทรกลงไปตามจำนวนและตำแหน่งที่เหมาะสม ทำให้บล็อกและเว็บไซต์นั้นน่าอ่านและดึงดูดความสนใจได้ดีกว่ารูปภาพสวย ๆ หรือวิดีโอ นับเป็นเสน่ห์ของการโฆษณาแฝงอยู่ในบทความอย่างแนบเนียน เรียกว่าทำให้ลูกค้าเห็นข้อดีและตัดสินใจซื้อง่ายกว่าการดูโฆษณาขายสินค้าโดยตรง เหมือนอย่างโฆษณาของบรรดาบริษัทประกันชีวิตต่าง ๆ ทุกวันนี้ทำขึ้นโดยอาศัยเนื้อหาที่จับใจและสะเทือนอารมณ์ ซึ่งดึงดูดความสนใจได้ดีกว่าการขายโดยตรง การทำคอนเทนต์ลงในบล็อกและเว็บไซต์ต้องอาศัยการทำ SEO ในลักษณะเดียวกัน บทความที่มีคุณภาพช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์มากขึ้น

ข้อดีคือการทำตลาดออนไลน์มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการโฆษณาแบบดั้งเดิมมาก หากคุณใส่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้า สามารถแชร์คอนเทนต์ที่น่าสนใจนั้นลงในสื่อโซเชียลได้ด้วย และทำลิงก์เชื่อมโยงกลับมายังบล็อกและเว็บไซต์ ช่วยให้มีผู้อ่านบทความมากขึ้นและเป็นการทำ SEO ให้ทาง Google จัดอันดับของเว็บให้ดีขึ้นอีกด้วย

คุณภาพของคอนเทนต์เป็นหัวใจสำคัญ

โซเชียลมีเดียเพิ่มความแข็งแกร่งให้ SEO ได้อย่างไร

ทุกวันนี้ธุรกิจขนาดเล็ก ๆ เช่น ร้านอาหาร ร้านขายปลีกเสื้อผ้า ร้านเสริมสวย เปิดช่องทางสื่อสารทางออนไลน์โดยใช้ทำตลาดผ่านแพลตฟอร์มของโซเชียลมีเดีย อย่าง Facebook, Line, Instagram และอื่น ๆ ดูจะเป็นที่นิยมอย่างมากกว่าการเปิดเว็บไซต์ เพราะส่วนใหญ่เป็นบริการฟรี เว้นแต่จะซื้อโฆษณา คนทั่วไปสามารถเรียนรู้การใช้งานได้ง่ายด้วย อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ยังควรเป็นช่องทางการตลาดสายหลักต่อไป เพราะผู้บริโภคนิยมค้นหาสินค้าและบริการที่สนใจบนเครื่องมือค้นหาอย่าง Google มากที่สุด โอกาสเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายจึงมีมากกว่า แนะนำให้ทำการเชื่อมโยงคอนเทนต์จากเว็บไซต์ไปยังโซเชียลมีเดียและผสมผสานการทำ SEO ให้ทั้งสองแพลตฟอร์มเพื่อให้สื่อสารกับลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

SEO กับ โซเชียลมีเดีย

การทำ SEO ให้กับโซเชียลมีเดียอาจแตกต่างจาก เว็บไซต์ บ้าง นั่นเป็นเพราะคนใช้งานสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook, Line, Instagram ชอบดูรูปภาพและคลิปวิดีโอที่ช่วยประหยัดเวลาและสื่อเข้าใจง่ายอย่างรวดเร็วกว่าการอ่านบทความ ดังนั้น ถ้าจะเขียนบทความ ควรปรับลดเนื้อหาให้สั้นมากที่สุด เช่น เดิมเขียนบทความในเว็บไซต์ 500-750 คำ เมื่อนำมาใส่ใน Facebook ควรปรับเนื้อหาให้สั้นไม่เกิน 300 คำ เน้นความกระชับเพื่อให้เหมาะกับหน้าจอมือถือ เนื้อหาคอนเทนต์ต้องใช้ภาษาทันสมัย เข้าใจง่ายและน่าสนใจ ถ้าเป็นไปได้ควรขอความคิดเห็นจากลูกค้ามาเป็นรีวิว แล้วพิจารณาแทรกคำคีย์เวิร์ดเพื่อการทำ SEO ลงไปอย่างเหมาะสม โดยปกติการทำบทความใน Google ควรหลีกเลี่ยงคำประเภท “ดีที่สุด” “ยอดขายอันดับหนึ่ง” การทำบทความในโซเชียลมีเดียต้องละเว้นเช่นเดียวกัน เปลี่ยนไปใช้คำถามปลายเปิดเพื่อให้ผู้ค้นหาสนใจซื้อมาทดลองใช้เอง โดยมีความเห็นเชิงบวกของผู้ที่มีประสบการณ์ตรงมาเป็นจุดโน้มน้าวใจ การทำ SEO ด้วยคีย์เวิร์ดที่โดดเด่นโดนใจจึงมีความสำคัญเช่นเดิม

ในส่วนของการใส่บทความ รูปภาพและวิดีโออยู่ในโซเชียลมีเดีย อย่าลืมใส่คีย์เวิร์ดลงไปในทุกไฟล์ ไม่ว่าจะเป็นชื่อภาพ การติดแท็ก หรือคำอธิบายเนื้อหาวิดีโอ เพื่อให้การทำ SEO ส่งผลต่อการค้นหาใน Google ด้วย รวมไปถึงเนื้อหาเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร โปรโมชั่นและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องการเผยแพร่จำเป็นต้องใส่คีย์เวิร์ดสำคัญไว้ด้วย เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ผลลัพธ์การค้นหา การเชื่อมโยงระหว่างโซเชียลมีเดียซึ่งมีจำนวนผู้ชมกดไลค์ กดแชร์จำนวนมาก มีบทบาทสำคัญและเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในตอนนี้ เพราะจะทำให้ธุรกิจของคุณติดอันดับที่ดีในผลลัพธ์การค้นหาของ Google

โซเชียลมีเดียเพิ่มความแข็งแกร่งให้ SEO ได้อย่างไร

สรุปคือไม่ว่าธุรกิจของคุณจะพึ่งพาช่องทางการสื่อสารผ่านเว็บไซต์เป็นหลัก หรือการติดต่อกับผู้คนผ่านทาง Facebook หรือสื่อสังคมรูปแบบอื่น ๆ เป็นหลัก ไม่ควรใช้อย่างใดอย่างหนึ่งแบบโดด ๆ แต่ผสมผสานให้เชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้เข้าถึงคนได้รวดเร็ว สื่อสารข้อมูลอย่างละเอียดมากขึ้น รู้จักติดตามคู่แข่งเพื่อเปรียบเทียบข้อดีข้อด้อยและปรับเปลี่ยนให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าเป้าหมายมากที่สุด ทุกวันนี้ต้องเป็นฝ่ายรุกเข้าหาลูกค้า อย่ารอคอยให้ลูกค้าค้นพบเราอย่างเดียว เราต้องเป็นฝ่ายบุกเข้าถึงตัวและนำเสนอสิ่งที่จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น

สร้างเว็บไซต์ ให้ใช้ง่ายบนมือถือ

เคล็ดลับ SEO สร้างเว็บไซต์ ให้ใช้ง่ายบนมือถือ

วิธีการสร้างเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายบนมือถือเป็นเรื่องใหม่ที่คนทำเว็บต้องเรียนรู้ สมัยก่อนจะทำหน้าเพจอย่างไรก็ได้ ไม่มีปัญหาในการใช้งานบนหน้าจอคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปขนาดใหญ่ แต่การอ่านเนื้อหาบนมือถือมีข้อจำกัดเรื่องหน้าจอที่แคบ ต้องเลื่อนลงเพื่ออ่านข้อความ จำเป็นต้องปรับรูปแบบการเขียนด้วยถ้อยคำกระชับ สื่อสารเข้าใจได้รวดเร็ว

คุณทราบหรือไม่ พาดหัวข่าวและหัวข้อย่อยเอื้อประโยชน์ในการจัดอันดับเว็บของ Google ลองกลับไปทบทวนดูว่าบทความจำนวนมากที่โพสต์ในเว็บไซต์ของคุณแต่ละบทความมีเฉพาะชื่อเรื่อง ตามด้วยเนื้อหายาวกว่า 700 คำหรือเปล่า ลองปรับเปลี่ยนเพิ่มหัวข้อย่อยลงไป ทำให้เครื่องมือค้นหาของ Google สามารถวิเคราะห์พาดหัวข่าวและหัวข้อย่อยง่ายกว่าเดิมมาก ตรวจสอบให้แน่ใจว่าหัวข้อย่อยตรงกับเนื้อความสำคัญของบทความและตรงกับคีย์เวิร์ดหลักทั้งหมด

หัวข้อการทำ SEO ที่ดีควรเป็นไปตามหลักเกณฑ์ 2 ข้อ

สองส่วนที่ว่าได้แก่ ความชัดเจนและความอยากรู้ การให้ความชัดเจนทำให้ผู้อ่านรู้ว่าบทความเกี่ยวกับอะไรโดยไม่จำเป็นต้องมีบริบทก่อน ขณะเดียวกันก็กระตุ้นให้ผู้อ่านอยากรู้อยากเห็น คลิกเข้ามาตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่ได้พลาดอะไรไป การพาดหัวบทความเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่จะดึงดูดผู้อ่านให้คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติม

การออกแบบเว็บไซต์จะต้องสร้างอย่างรัดกุมเพื่อให้ใช้ง่ายบนมือถือ รู้ว่าจะต้องเขียนบทความอย่างไรให้กระชับ สละสลวย รู้ว่าจะต้องใส่บทความตรงไหน เลือกภาพอย่างไร หากคุณเริ่มทำ SEO จะเห็นว่ายุ่งยากเล็กน้อยในครั้งแรกเท่านั้น คุณเขียนพาดหัวและใส่คีย์เวิร์ดหลักเข้าไปด้วยเสมอ ในส่วนของการเขียน Meta Description เป็นคำอธิบายสั้น ๆ ให้ทราบว่าเว็บไซต์มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจะเข้าใจรวดเร็วว่าเว็บของคุณตอบสนองสิ่งกำลังค้นหาอยู่และเลือกคลิกเข้ามาในเว็บ ยิ่งเพิ่มจำนวนคนเข้าชมเว็บมากขึ้นเท่าไร ยิ่งจะให้ผลลัพธ์ที่ดีในการจัดอันดับเว็บไซต์ของ Google ช่วยให้เข้าไปอยู่ในหน้าแรก ๆ ได้อย่างแน่นอน

หากอ่านง่ายบนมือถือ ผู้ใช้ย่อมติดใจ

หัวข้อย่อยสำคัญเช่นกัน ดูมีหลักการด้วย

การเพิ่มพาดหัวย่อยช่วยให้คุณทำ SEO เพิ่มขึ้นได้อีกเล็กน้อยและทำให้หน้าเพจอ่านง่ายขึ้นด้วย หัวข้อย่อยจึงเป็นกลยุทธ์ SEO ที่มองข้ามไม่ได้ หากเป็นไปได้ควรใช้ในทุกบทความ สำหรับการใส่รูปภาพ จะต้องเลือกรูปที่ไม่ใหญ่เกินไป เพราะจะทำให้เว็บโหลดช้า เกิดปัญหาว่าผู้อ่านไม่อยากเสียเวลาก็จะกดออกไป คุณควรตรวจสอบเว็บไซต์และปรับให้หน้าเพจมีระยะเวลาการโหลดน้อยที่สุด โดยไม่ลดทอนข้อมูลหรือสิ่งที่จำเป็น วิธีนี้จะสนับสนุนการทำ SEO บนมือถืออย่างเต็มที่ ไม่ควรใส่ข้อความหรือรูปภาพมากเกินไปจะทำให้หน้าเพจโหลดช้า ยิ่งถ้าเครือข่ายหรือความเร็วของอินเทอร์เน็ตไม่ดีด้วย จะเกิดปัญหาตามาในอนาคต เพราะ Google จะยกเลิกฐานข้อมูลเดสก์ท็อปซึ่งหมายความว่าคำค้นหาทั้งหมดจะจัดอันดับตามฐานข้อมูลมือถือ ถ้าเว็บไซต์ของคุณยังเหมาะสำหรับเดสก์ท็อปมากที่สุด ควรเริ่มต้นปรับปรุงทั้งแต่วันนี้ให้ใช้งานได้ผลดีกับอุปกรณ์มือถือเป็นหลัก

เว็บไซต์ กับ seo

เนื้อหาบทความ มีคุณค่ามีอิทธิพลต่อผู้ซื้ออย่างไร

คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมีวิธีที่จะทำให้ลูกค้าจงรักภักดีต่อแบรนด์อย่างไร ทำไมลูกค้าเข้ามาอุดหนุนสินค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่มีคู่แข่งตัวเก่งและธุรกิจใหม่เปิดตัวออกสู่ตลาดไม่เว้นแต่ละวัน คำตอบที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือ การตอกย้ำเรื่องคุณภาพเพื่อรักษาฐานลูกค้าเก่า พร้อมกับอัพเดทการสื่อสารให้เข้าถึงลูกค้าใหม่ตลอดเวลา เว็บไซต์ธุรกิจส่วนมากเห็นความสำคัญของการทำ SEO เข้าถึงผู้เข้าชมที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย พร้อมกับเผยแพร่โฆษณาผ่านบทความร้อยเรียงเรื่องราวดีๆ เพื่อกระตุ้นความต้องการ ทำให้ผู้ชมในวันนี้กลายมาเป็นลูกค้าในอนาคต ปัจจุบันเฟซบุ๊กเป็นช่องทางการสื่อสารและโฆษณาที่ผู้คนเข้าถึงได้ง่าย เป็นอีกช่องทางที่เข้ามาเสริมทัพการขายได้อย่างดี ทำให้คนในสังคมพูดถึงสินค้าและบริการแบบปากต่อปาก ขยายการรับรู้ของแบรนด์ไปรวดเร็วในวงกว้าง แต่ยังคงมีข้อจำกัดหลายเรื่อง โดยเฉพาะความน่าเชื่อถือซึ่งน้อยกว่าเว็บไซต์ คนยุคใหม่เชื่อใจสินค้าที่จำหน่ายผ่านเว็บไซต์มากกว่าด้วย

เหตุผลที่เว็บไวต์มีผู้คนสนใจมาก

มีหลายเหตุผลที่เว็บไซต์เป็นแหล่งข้อมูลที่ผู้คนสนใจมากกว่า เพราะข้อความในเฟซบุ๊กผ่านตาไปรวดเร็วมาก คนไม่ติดตากับการโฆษณาสินค้าผ่านสื่อเท่าไร แตกต่างจากรูปแบบ โครงสร้างเว็บไซต์ ที่เหมาะกับการนำเสนอบทความมากกว่า ตลอดจนสามารถทำการโฆษณาแฝงผ่านการทำ SEO ได้แนบเนียนอีกด้วย โดยเลือกใช้คีย์เวิร์ดหลายแบบ ทั้งการกระจายเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างและการระบุคีย์เวิร์ดสำหรับความต้องพิเศษที่เฉพาะเจาะจงมากๆ ทำให้เชื่อมโยงความต้องการของลูกค้าจับตัวสินค้าได้โดยตรง ไม่เหมือนกับเฟซบุ๊กที่เน้นระบุคุณสมบัติของกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเท่านั้น แต่ความสนใจของคนเราแตกต่างกัน สู้วิธีการระบุด้วยคีย์เวิร์ดสำหรับค้นหาสิ่งที่ต้องการแบบเจาะจงไม่ได้

เมื่อเราจับคู่สินค้ากับลูกค้าในอนาคตได้แล้ว เนื้อหาบทความเป็นอีกส่วนสำคัญที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจซื้อ ก่อนอื่นผู้ประกอบการต้องทำการวิจัยลูกค้า ล้วงลึกถึงความต้องการแล้วนำมาเป็นหัวข้อหลักในแต่ละคอนเทนต์ ทำให้ลูกค้ารู้ว่าสินค้ามีจุดเด่นอย่างไร มีทางเลือกหลากหลายขนาดไหน ความแตกต่างจากคู่แข่งและเหตุผลที่ต้องเลือกเรา ตรวจสอบเรื่องความคุ้มราคา มีโปรโมชั่นแรงในช่วงเวลาใดบ้าง ค่อยๆ เก็บรายละเอียดไปทีละนิด นำมาใส่ในเนื้อหาบทความโดยหยิบยกเรื่องจริงใกล้ตัวมาเล่า เช่น เกร็ดความรู้เกี่ยวกับสินค้าที่ขาย ลูกค้าอื่นลองใช้สินค้าตัวนี้เกิดผลดีอย่างไร ชี้ถึงจุดเด่นของเรา เล่าถึงปัญหาที่ผู้บริโภคหลายคนพบเจอเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์แบบเดียวกัน โดยไม่ต้องไปโจมตีสินค้าแบรนด์อื่นโดยตรง ข้อเขียนที่ทำให้ลูกค้ามองเห็นภาพสินค้าที่จับต้องได้เป็นรูปธรรมจะกระตุ้นความต้องการซื้อได้ดีทีเดียว

อัพเดทข่าวคราวให้ลูกค้ารับรู้เสมอผ่านการทำ SEO ซึ่งย้ำเตือนให้ผู้บริโภคเห็นเว็บไซต์ง่ายและเร็วขึ้นในการค้นหาจากกูเกิ้ล ทำให้เห็นโฆษณาบ่อยขึ้น มีโอกาสในการพิจารณาและตัดสินใจซื้อง่ายมากขึ้น เรียกว่าสร้างแรงกระตุ้นลูกค้าได้เป็นอย่างดีและประหยัดงบประมาณได้มากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการซื้อโฆษณาจากเฟซบุ๊กซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นทุกวัน

บทความ seo

ลิงค์ใน seo

ทำลิ้งในกลุ่มเว็บประชาสัมพันธ์ มีข้อดีเสียอย่างไร ?

กลุ่มเว็บที่รับประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ฟรี หรือในต่างประเทศจะใช้ตัวย่อว่าพีอาร์ ถือว่าเป็นกลุ่มแบคลิ้งค์ชั้นเยี่ยมเพราะเนื้อหาในเว็บไซต์จะรวมไปด้วยบทความคุณภาพ มีปริมาณเยอะพอสมควร ทำให้ผู้ให้บริการเสิร์ชเอนจิ้นอย่าง Google เองได้ค่อนข้างให้ความสนใจในเรื่องของความสำคัญแบคลิ้งค์พอสมควรเลยทีเดียว จึงทำให้นัก SEO จำนวนไม่น้อย พยายามหาเว็บพีอาร์ฟรีที่เราสามารถเข้าไปโพสประชาสัมพันธ์ได้ ใช้ในการทำลิงค์ย้อนกลับ ส่งไปยังเว็บไซต์ทำเงินหลักของเรา

ข้อจำกัดของเว็บพีอาร์มีอยู่อย่างหนึ่งก็คือ เว็บพีอาร์คุณภาพที่แท้จริงนั้นส่วนมากจะต้องรออนุมัติจากผู้ดูแลระบบก่อน เค้าจะตรวจสอบว่าเนื้อหาที่ได้รับการซับมิตเข้ามานั้นมีคุณภาพหรือไม่ เป็นเนื้อหาสแปมหรือเป็นบทความที่ดีควรค่าแก่การนำมาประชาสัมพันธ์ช่วย หากว่าเป็นบทความดี เจ้าของก็จะอนุมัติโพสต์และเราก็จะรับแบคลิงค์กลับไป (ทั้งนี้ อยู่ที่ว่าแต่ละโดเมนแต่ละผู้ให้บริการเว็บพีอาร์อนุมัติเรื่องของการส่งต่อลิงค์ในรูปแบบ Dofollow หรือเปล่า และอีกกลุ่มหนึ่งก็คือ เว็บพีอาร์บางที่จะต้องเสียค่าโพสต์ อาจจะ 20 ดอลล่าร์ต่อโพสต์ ยิ่งเว็บดังมากเท่าไหร่ก็จะมีราคาโพสต์สูงมากเท่านั้น

seo

อารมณ์เหมือนกับเรากำลังซื้อเนื้อหาข่าวจากในเว็บกระปุกดอทคอม หรือเว็บข่าวสด ไทยรัฐ แนวแนวนี้เป็นต้น มันจึงทำให้มีข้อดีอยู่พอสมควร ส่วนข้อเสียก็คือส่วนมากเค้าจะขอข้อมูลการติดต่อของผู้โพสต์หากว่าเรา กรอกข้อมูลมั่วซั่วไป บ่อยครั้งที่กลุ่มเว็บพีอาร์จะไม่อนุมัติโพสต์ เพราะข้อมูลไม่ถูกต้อง แต่ในทางกลับกัน หากกรอกข้อมูลจริงเข้าไป ก็อาจจะได้รับการสแปมอีเมลเข้ามาเป็นจำนวนมาก หรืออาจจะมีการสแปม sms เข้ามาด้วย เพราะข้อมูลโพสต์ส่วนมากจะถูกแสดงผลอยู่ไหนเนื้อหาโพสต์ ทั้งชื่อและเบอร์โทร รวมถึงอีเมลเป็นต้น ก็ต้องลองชั่งใจดูว่าเว็บไซต์กลุ่มประชาสัมพันธ์ เราควรจะทำหรือไม่แล้วถ้าควรทำควรจะทำปริมาณไหนถึงจะเหมาะสม ไม่ใช่ว่าบอกว่าดีแล้วดันไปลงทุนซื้อลิงค์ ทำแต่แบคลิงค์จากเว็บ PR แบบนั้นคงไม่เวิร์ค