seo advice

อัลกอริทึ่ม Google ปรับเปลี่ยนแบบ Real-time

สำหรับเพื่อนเพื่อนที่ทำเอสอีโอมาอย่างยาวนาน ทันสมัย CEO คนก่อนหน้า ซึ่งในสมัยก่อนนั้น Google จะใช้รูปแบบการปรับเปลี่ยนปัจจัยในการค้นหาทีละนิดทีละหน่อย และเมื่อเห็นพฤติกรรมผู้ใช้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในเรื่องใด จะมีการปรับครั้งใหญ่โดยจะมีการให้ชื่อว่า แพนด้า เพนกวิน หรือสัตว์อื่นๆก็แล้วแต่ว่าขอบเขตของการปรับเปลี่ยนอันกอริทึมในครั้งนั้นจะเกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนในส่วนไหนเป็นหลัก

แต่ในปัจจุบันระบบอันกอริทึมของระบบค้นหาใน Google ได้มีการปรับเปลี่ยนในรูปแบบ Real-time คือสามารถดูพฤติกรรมของผู้ใช้การเสิช การคลิกเข้าหน้าเว็บ ระยะเวลารับชม และข้อมูลอื่นๆที่เป็นส่วนสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของเว็บไซต์มาใช้ในการคำนวณอันดับการค้นหาในรูปแบบที่เราเรียกว่านาทีต่อนาทีกันเลยทีเดียว สังเกตว่าเวลาเราค้นหาใน Google ทุกวันนี้จะมีการสวิงขึ้นลงอย่างรวดเร็ว อันดับจะไม่ค่อยนิ่งมากนักในทุกคีย์เวิร์ด และสังเกตว่าจะไม่ได้มีการอัพเดทอัลกอริทึมครั้งใหญ่บ่อยครั้งเหมือนสมัย CEO คนเก่ายังอยู่

Google Algorithm Updates

เพราะปัจจุบันระบบอันกอริทึมจะซึมซับพฤติกรรมผู้ใช้และปรับเปลี่ยนคะแนนของปัจจัยต่างๆที่ใช้ในการคำนวณดับขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา นักทำ SEO จะต้องใส่ใจทั้งเรื่องของการออกแบบเว็บไซต์ให้บอทสามารถเข้าอ่านได้อย่างง่ายไม่ติดปัญหา Error รวมไปถึงการออกแบบ UX ที่ดีเพื่อให้ตอบสนองพฤติกรรมของผู้ใช้งานได้อย่างครบถ้วน เมื่อเราตอบสนองในเชิงบวกทั้งบอทและคน เว็บไซต์ของเราก็จะเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

Alt Tag

ประโยชน์ในการใส่คีย์เวิร์ดให้ Alt Attribute

เรื่องน่ารู้ของคนทำ SEO มือใหม่ที่ต้องศึกษาอีกเรื่องคือ การใช้ Alt Attribute ซึ่งหลายคนอาจไม่คิดว่ามันสำคัญแต่มันมีผลกับการค้นหาและการทำ SEO เพราะหน้าที่ของ Alt Attribute หรือความหมายของมันนั้นคือ การใส่ คีย์เวิร์ด หรือ แทค หรือ รายละเอียดสั้นๆให้กับรูป ซึ่งหากใช้การอัพเดทเว็บไซด์ด้วย wordpress จะรู้กันอยู่แล้วว่าต้องใส่ตรงไหน และการตั้งชื่อรูปก็มีส่วนสำคัญซึ่งเราต้องตั้งไว้ตั้งแต่ทำรูปเสร็จหรืออัพโหลดมาเลย ซึ่งชื่อในรูปนั้นก็ควรเกี่ยวข้อกับบทความหรือชื่อเว็บไซด์หรือมีคีย์เวิร์ด แต่มันจะมีข้อจำกัดหาก wordpress ไม่รองรับชื่อรูปภาษาไทย แต่เราสามารถเลี่ยงไปใช้คำอื่นในภาษาอังกฤษที่ตรงกับคีย์เวิร์ดของเราได้ หลักการง่ายๆที่ควรจำในการทำ Alt Attribute สำหรับ SEO แม้มันจะดูง่ายไม่ยุ่งยากแต่มันก็มีข้อควรจำที่ควรทำตามหลายๆอย่างเช่น

การใส่คำบรรยายให้ตรงกับรูปภาพหรือมีความสอดคล้องและสัมพันธ์กัน หากเรากับลังแทรกรูปเกี่ยวกับ FIFA55 ลงในบทความ รูปนั้นก็ควรใส่ Alt Attribute “FIFA55” เอาไว้ด้วย ถ้ารูปเกี่ยวกับการสมัครโดยตรง อาจใช้ว่า สมัคร FIFA55 ในส่วนของ Alt Attribute ไปตรงๆเลย เป็นการกระชับคำให้ตรงเป้าหมายมากขึ้น เพราะมันมีผลในการค้นหาด้วยภาพ การหาด้วยคีย์เวิร์ดแล้วเลือกให้แสดงภาพ หากภาพตรงกับคีย์เวิร์ดมันก็จะปรากฏและมันจะเป็นการอธิบายง่ายๆว่ารูปนี้เกี่ยวข้องกับอะไร และทำให้มีความน่าสนใจในการเข้าไปค้นหาต่อที่หน้าเว็บด้วย ในคำบรรยายภาพควรมีคีย์เวิร์ดผสมอยู่ด้วย หรือ หากภาพไม่ตรงกับเนื้อความนักหรือไม่สามารถใส่คีย์เวิร์ดเราก็ใส่คำอธิบายภาพคร่าวๆไปแทนได้เพื่อให้คนที่เข้ามาอ่านรู้ว่าเป็นภาพเกี่ยวกับอะไรและเลือกคำในรายละเอียดนั้นเป็นแทคสักหนึ่งคำ และห้ามใช้คำซ้ำในแต่ละรูปภาพซึ่งหากจำเป็นต้องซ้ำเราสามารถรันหมายเลขกำกับไว้ได้

รูปนี้คือตัวอย่าง ลองส่อง Code แล้วดู Alt Tag สิว่าใส่ไว้คำว่าอะไร…

สมัคร FIFA55

Alt Attribute จะบอก Search Engine ว่ารูปเราเกี่ยวกับเรื่องอะไร

หลักการง่ายๆแค่สองขั้นตอนที่ต้องจำให้ใช้ประโยชน์จาก Alt Attribute ในการทำ SEO ซึ่งบางคนละเลยจุดนี้ เราอยากแนะนำว่าเสียเวลาใส่สักนิดปรับโน่นนี่นิดๆหน่อยมันจะทำให้อันดับ SEO ดีขึ้นหรือมีผลกับการค้นหามากขึ้นเพราะในการค้นหานั้นไม่จำเป็นต้องใช้คำในการค้นหาเราสามารถใช้รูปในการค้นหาได้ หรือดัดแปลงคีย์เวิร์ดเติมโน่นเติมนี่ให้มันสามารถมีผลกับการทำ SEO ของเราได้ เทคนิคและวิธีการต่างๆ นั้นคนทำ SEO แต่ละคนจะมีเทคนิคไม่เหมือนกันค้นหาวิธีการแตกต่างกันแต่หวังผลในทางเดียวกัน การฝึกฝน การลงมือทำจะช่วยให้เราเห็นภาพและรู้ปัญหาต่างๆ หรือ หาแนวทางการทำ SEO ได้ อย่างที่เราเคยบอกไว้ SEO ไม่มีคำว่าตายตัวไม่มีถูกไม่มีผิดอยู่ที่ว่าเราจะศึกษาค้นคว้าทดลองและหาแนวทางที่ถนัดเจอในแบบไหน ไม่มีคนเก่ง ไม่มีคนโง่ คนที่ลงมือทำคือคนที่รู้แจ้งเห็นจริง

Facebook กับ SEO เกี่ยวข้องกันหรือไม่

seo facebook

ปัจจุบันรูปแบบการทำ SEO

ดูจะยากและมีหลายวิธีที่ทำให้หลายๆคนประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จ เพราะปัจจัยในการทำ SEO มันมีความหลากหลาย Facebook ก็คือหนึ่งในนั้น หากเป็นการทำ SEO ในสายการขาย การตลาด เช่น เว็บขายสินค้าและอื่นๆ แน่นอนว่าการโปรโมทให้คนรู้จักเว็บไซด์คือสิ่งสำคัญ และการเข้าถึงผู้คนได้มากก็มีผลกับการค้นหา และการทำให้อันดับ SEO ของเว็บนั้นๆดีเช่นติดหน้าหนึ่งของ Google เป็นต้น

SEO-LOGO

แน่นอนว่าปัจจุบันการทำการตลาดหรือใช้ facebook

เป็นเครื่องมือตัวหนึ่งในการทำ SEO มันยากขึ้นแต่มันก็ยังมีความสำคัญในการโปรโมท เพราะทุกวันนี้หากอยากให้คนรู้จักเว็บไซด์ของเราได้ไวที่สุด ง่ายที่สุด ลงทุนน้อยทีสุด นั่นคือ Facebook และ line แต่ส่วนใหญ่ก็เลือก Facebook เป็นอันดับแรกเพราะเข้าถึงคนง่ายที่สุด สะดวกที่สุด SEOกับFACEBOOK แต่ปัจจุบันการโปรโมทต่างๆบน Facebook ดูจะยากขึ้นทุกทีเพราะระบบของมันมีการปรับโน่นนี่หลายอย่างทำให้การทำการตลาดหรือสื่อสารด้านการค้าบน Facebook เป็นเรื่องยาก ไม่จำเป็นต้องเป็นเว็บเทาๆ ก็อาจโดน Facebook แบนยูสเซอร์ แบนเพจ หรือกลุ่มที่เราทำไว้โปรโมทได้เหมือนกัน และมันส่งผลกับ SEO เพราะหากคนไม่เข้าเว็บอันดับก็ไม่ขึ้น การค้นหาตามคีย์ที่เราต้องการจะไม่มีเว็บของเราขึ้นหน้าแรกๆหรืออันดับต้นๆ ทีนี้ใครที่ว่าไม่เกี่ยวก็คงคิดว่ามันเกี่ยวกันแล้วใช่ไหมสำหรับ Facebook กับ SEO แม้จะส่วนน้อยก็ตามแต่มันคือช่องทางการโปรโมทที่ดีที่สุดที่เราจะหาได้ในตอนนี้

SEO-LOGO

แม้ว่าการทำ SEO

จะมีเทคนิคที่หลากหลายแต่หากขาดการโปรโมทเข้าถึงผู้คนกลุ่มเป้าหมายก็อาจทำให้ไม่ประสบความสำเร็จได้เช่นกัน แม้ว่าเว็บเราจะมีคุณภาพ มีคอนเทนต์ดีๆ มีการทำ BL ที่เกิดผล โดเมนมีค่าดีๆ แต่หากไม่มีการโปรโมทสิ่งทีทำมาก็ไม่ได้อะไรเหมือนกัน เพราะมีลูกค้าบางกลุ่มสนใจยอดวิวมากกว่าการติดอันดับในหน้าแรกของ Google เขาไม่สนว่าคุณจะทำเก่งแค่ไหน แต่หากยอดวิวเข้าเว็บน้อยกว่าที่ตั้งเป้าไว้มันก็เหมือนเราทำ SEO ไม่สำเร็จเพราะจำนวนคลิ๊กไม่เกิด นั่นคือปัญหาที่คนทำ SEO ส่วนใหญ่จะเจอและที่ตามมาคือมันมักอิงกับยอดต่างๆที่ลูกค้าต้องการด้วย ไม่ว่าจะเป็นการติด AD สร้างรายได้หรือการขายสินค้าของเขา และปัญหาเหล่านี้ก็เหมือนปัญหาโลกแตกแก้ไม่จบเพราะลูกค้าไม่เข้าใจ และที่นี่คือส่วนมากการโปรโมทก็มักมาคู่กับการทำ SEO ด้วยในปัจจุบันดังนั้น Facebook กับ SEO มันก็เหมือนถูกโยงเป็นส่วนหนึ่งด้วยกันนั่นเอง

ทำ SEO ด้วย Anchor Text

เพิ่ม anchor text คีย์เวิร์ดหลักซัก 50% จะช่วยอันดับดียิ่งขึ้น

สมัยปี 2016 การทำ SEO เราเน้นการทำ Anchor Text โดยใช้เป็น Main Keywords เพียง 20% ถึง 25% เท่านั้น ที่เหลือก็จะเป็นเรื่องของคีย์เวิร์ดต่างๆกระจายกันไป เนื่องจากว่าในช่วงปี 2015 มีผลกระทบเรื่องของเว็บที่ทำ SEO โดยมีการเน้นคีย์หลักล้วนๆ แล้วทำให้อันดับเว็บไซต์ร่วงไม่ติดหน้าแรกของ Google ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ของเราทำเกี่ยวกับเช่ารถ เรามีการทำแท็กลิ้งค์เป็นคำว่าเช่ารถล้วนๆในรูปแบบ Backlinks ทำไม Google สามารถตรวจสอบได้ง่ายและลงโทษเว็บไซต์เหล่านี้โดยทันที เนื่องจากเข้าข่ายการเล่นคีย์เวิร์ดหลักเพียงคีย์เดียวมากเกินไป หรือใช้งานก็คือเป็นการเน้นทำเอสซีโอแบบชี้เป้าหมายเดี๋ยวเด่นเกิน ทำให้ SEO สมัยปีที่แล้วจะนิยมเลี่ยงด้วยการกระจายคีย์หลักและรองปะปนกันเพื่อลดความเสี่ยงในการโดนแบนนั่นเอง

Anchor Text

SEO 2017 Anchor Text มีความสำคัญมากขึ้น

แต่ในปี 2017 เท่าที่ทดสอบมาผลลัพธ์ปรากฏว่าเว็บไซต์ไหนที่มีการเน้นคีย์เวิร์ดหลักมากยิ่งขึ้น จะช่วยทำอันดับได้ดีกว่าเดิมกว่าแต่ก่อน เหมือนกับว่าเราพยายามบ่งบอกว่าเว็บไซต์ของเราเกี่ยวกับคำค้นหาใดนั่นเอง แต่ก็ไม่ใช่ว่าการทำเพิ่มขึ้นครั้งนี้จะทำในรูปแบบ 100% เราอาจจะทำเพิ่มขึ้นมาจากเดิมเพียงหนึ่งเท่าตัวหรือก็คือทำ 50% จากจำนวน Textlink ทั้งหมด อีกครึ่งหนึ่งก็ให้กระจายเป็นคีย์เวิร์ดรองเหมือนเดิม วิธีนี้ผลลัพธ์ปรากฏว่าในคำค้นหาที่มีผลการแข่งขันสูงเว็บหน้าใหม่มีอันดับขึ้นได้รวดเร็วกว่าแต่ก่อนมาก แต่ก็อย่าลืมว่าเราจำเป็นต้องรับความเสียหายได้กรณีที่ Google มีการอัพเดทอัลกอริทึ่มเพื่อลดความสำคัญของ Textlink ลงไปจากแต่เดิม อันดับเว็บไซต์ของเราก็อาจจะร่วงกลับมาอยู่ที่เดิม อยู่ที่ว่าเราต้องการทำเว็บทำเงินในระยะยาวหรือในระยะสั้น หากต้องการทำเว็บไซต์ระยะยาวก็แนะนำให้กระจาย Keywords เหมือนเดิมนั่นแหละ อย่างถ้าเราเน้นทำเว็บไซต์เดิมพันบอล FIFA55 ก็ให้กระจายเป็น FIFA55, FIFA555, 555FIFA หรือเป็นชื่อเว็บเองก็ได้ แบบนี้ปลอดภัยกว่าในระยะยาว แต่หากใครต้องการเร่งด่วน ฉวยโอกาสของจุดบอดในอัลกอริทึ่ม Google แนะนำให้สร้างเว็บไซต์ขึ้นมาใหม่แล้วทำในแบบเน้นคีย์หลักเพิ่มขึ้นจากปกติที่เราเคย ทำก็จะช่วยทำเงินให้ได้เร็วกว่าเดิมอย่างแน่นอน ผลลัพธ์อันดับดี ผลตอบรับดี รายได้จะเยอะตามมาด้วย