ตลาด SEO เพศชาย

กลุ่มคีย์เวิร์ดเฉพาะ 18+ จะทำหรือเลี่ยงดี

สำหรับตลาดที่กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ใหญ่ และมีความเกี่ยวข้องออกแนว 18+ อาจจะต้องคิดให้ดีสักหน่อย ตลาดกลุ่มนี้ คนมีเงินจ่ายถือว่าเยอะพอสมควร เพียงแต่มันมีทั้งสิ่งที่ผิดกฎหมายและถูกกฎหมาย อย่างพวกการทำเว็บดูหนังผู้ใหญ่ แบบนี้อาจสุ่มเสี่ยงไปสักหน่อย หรือการทำเว็บเปิดกล้อง หาสาวๆมาโชว์ ยิ่งเสี่ยงเข้าไปอีก ตลาดที่เราควรจะทำในกลุ่มนี้อาจจะเป็นพวกอาหารเสริมของผู้ชาย ดูแล้วมีอนาคตก้าวไกลยาวกว่าการไปทำพวกแนวผิดกฎหมาย จำไว้ว่าอะไรที่มันไม่ถูกหลักหรือค้านกับกฎหมายบ้านเมือง ต่อให้เป็นกลุ่มตลาดทำเงินเราก็ไม่ควรทำ

อาหารเสริมเพศชาย สมัยนี้ขายกันเยอะมาก มีการนำพรีเซนเตอร์คนหล่อๆมาช่วยทำการโปรโมท ทำให้สินค้ายี่ห้อนั้นๆมีการโตไวกว่าคนอื่น ปัญหาหลั่งเร็วของผู้ชายถือว่าเป็นปัญหาใหญ่พอสมควร หากเป็นคนหลั่งไว เวลาจะมีอะไรกับแฟนก็จะรู้สึกกลัวว่าแฟนของตนจะไม่พอใจ จึงต้องมองหาวิธีที่ช่วยลดการหลั่งไว กลุ่มตลาดนี้ หากใครไม่ได้เข้ามาเล่นจะคิดว่าไม่ค่อยมีคนซื้อ แต่เอาเข้าจริง เราสามารถทำเงินหลักล้านได้ไม่ยากหากสินค้าเราตอบโจทย์ได้จริงและทำการตลาด SEO ดี ลองมาเปลี่ยนมุมทำแนวผู้ใหญ่ดูบ้าง กำลังซื้อของคนกลุ่มนี้มีอยู่แล้ว แต่เราจะทำติดหน้าแรกหรือปล่าวก็อีกเรื่อง หรือไม่ก็ ใครกล้าๆทำแนวหนังxออนไลน์จะลองดูบ้างก็ไม่เสียหาย

โปรแกรมสร้างลิงค์อัติโนมัติ

SEO Link Building Tools ควรซื้อหรือควรเลี่ยง ?

สมัยนี้ในวงการ SEO ทั่วโลกมีโปรแกรมเมอร์จำนวนมาก ได้ผลิตเครื่องมือ SEO ที่ช่วยสร้าง Backlinks อัติโนมัติ และรู้สึกว่าจะได้รับความนิยมในสายตาผู้ใช้เป็นอย่างมาก จึงเกิดคำถามสงสัยว่า “เราควรใช้ดีหรือไม่..” ราคาโปรแกรมบางตัวก็จะคิดค่าบริการเป็นรายเดือน บางเครื่องมือก็เป็นการซื้อครั้งเดียวจบ ราคาก็มีหลากหลายตั้งแต่ไม่กี่ดอลล่าห์จนถึงหลักพันดอลล่าห์เลย หากเรายังไม่เข้าใจหลักการทำ SEO ในระดับพื้นฐาน เราควรจะเลี่ยง SEO Link Building Tools ทุกตัว เพราะมันจะนำพาความเสียหายมายังเว็บไซต์เราแน่นอน แต่หากเรามีความรู้พอสมควร การเลือกใช้เครื่องมือช่วยสร้างลิงค์ย้อนกลับอัติโนมัติก็ถือเป็นอีก 1 ช่องทางที่จะช่วยประหยัดเวลาให้เราได้ไม่น้อยเลย

SEO Link Building Tools ยอดนิยมมีอะไรบ้าง ?

สำหรับเครื่องมือช่วยสร้างลิงค์อัติโนมัติที่ได้รับความนิยมในวงการ SEO ทั่วโลกคงจะมีไม่กี่เครื่องมือ สำหรับโปรแกรมยอดฮิตในช่วงอดีตที่่ผ่านมาคือ Senuke เป็นโปรแกรมที่มีราคาสูงมาก คิดค่าบริการเป็นรายเดือน และมีเป็นบางช่วงเวลาที่เราจะสามารถซื้อโปรแกรม Senuke มาใช้แบบ Lifetime ได้ แต่ราคาขายนี่แทบเอาจนได้เลย ซื้อที่ราคาเกือบแสน ต้องคิดให้ดีก่อนจะซื้อ ลองเทียบดูว่าเงินที่นำมาซื้อโปรแกรมนี้กับไปลงทุนทำอย่างอื่นอะไรจะคุ้มกว่ากัน แต่ถ้าสมัยนี้ เครื่องมือสร้างลิงค์อัติโนมัติคงจะเป็น GSA SER ซึ่งเป็นโปรแกรมแบบซื้อเพียงครั้งเดียว ไม่ต้องเสียรายเดือน และราคาถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับความสามารถของโปรแกรม คือถ้าจะให้เลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง Senuke และ GSA SER มาใช้งานในช่วงปีนี้ ควรเลือก GSA SER จะดีกว่า ประหยัดเงินไปได้เยอะเลย

นอกจาก 2 โปรแกรมข้ามต้น ยังมีอีกหลายโปรแกรมที่ได้รับความนิยม แต่มันอาจไม่จำเป็นที่เราจะต้องไปเหมาซื้อมาซะขนาดนั้น เอาแค่ใช้ตามความจำเป็นก็พอ ก่อนจะเลือกซื้อ Tools ช่วยสร้างลิงค์ตัวไหน ก็ต้องดูว่าเราจะนำมาใช้ประโยชน์ในด้านใดบ้าง ถ้ามันสามารถตอบโจทย์เราได้ทั้งหมดก็จัดมาใช้ได้เลย การใช้เครื่องมือจำพวกนี้ เราไม่ควรใช้สร้างลิงค์อัติโนมัติเข้าเว็บไซต์ทำเงินของเราโดยตรง เพราะมันไม่สามารถกรองลิงค์คุณภาพได้สมบูรณ์ 100% อาจจะส่ง Backlinks คุณภาพเข้ามาสัก 50% ส่วนอีก 50% จะเป็นลิงค์ขยะที่หลุดเข้ามา หากเราส่งลิงค์ผ่านเครื่องมือเหล่านี้เข้าเว็บเราโดยตรง อาจจะเกิดผลเสียแทนผลดีได้ อย่างที่บอกไปในตอนแรกว่าหากคิดจะใช้พวก SEO Link Building Tools เราจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ SEO พื้นฐาน เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการประยุกต์ใช้เครื่องมือสร้างลิงค์อย่างถูกวิธี

ระวังรายจ่ายแฝงอื่นๆของ SEO Tools

เป็นธรรมดาที่การซื้อโปรแกรมสร้างลิงค์เหล่านี้ หลายโปรแกรมมักไม่ได้จบแค่การจ่ายเงินค่าโปรแกรม แต่มันจะมีรายจ่ายแฝงอื่นๆอีก เช่น ค่าเช่า Proxy, ค่าเช่า VPS, List URL ที่จะสแปมลิงค์, ตัวช่วถอดแคปช่า หรืออาจจะมีอย่างอื่นอีก โดยส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายที่เราต้องเสียรายเดือน ไม่ได้จ่ายครั้งเดียวจบ ทำให้การทำ SEO ด้วยใช้เครื่องมือช่วยสร้างลิงค์อัติโนมัติ จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น จริงๆแล้วถ้าเราไม่ใช่พวกตามกระแส เราไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือพวกนี้เลยก็สามารถทำอันดับเว็บไซต์ได้ติดหน้าแรกเหมือนกัน จากพวกของฟรี หรือลงทุนทยอยสร้างเน็ตเวิร์คส่วนตัวเพื่อช่วยดันอันดับ จะประหยัดกว่าพวก SEO Link Building Tools อย่างมาก แต่ถ้าเราเป็นผู้ให้บริการ SEO และมีเว็บลูกค้าที่ต้องดูแลจำนวนมาก ก็ควรจะมีเครื่องมือเหล่านี้ติดไว้เพื่อช่วยลดเวลาในการทำงานเหมือนกัน

SEO Robot

ปั่นหน้าเว็บเพจเยอะๆ ระวังจะเจอ Deindex เข้าให้

จากบทความครั้งก่อน ที่ได้บอกเรื่องความอันตรายของการพยายามสแปมลิงค์เข้าเว็บจำนวนมหาศาล มันอาจจะทำให้เว็บไซต์เราเสียหายมากกว่าได้รับประโยชน์ ยังมีอีก 1 เรื่องที่ออกแนวปั่นคล้ายกัน แต่อันตรายกว่าการสแปมลิงค์หลายเท่า คือการปั่น Web Pages จำนวนมาก วิธีนี้ โดยทั่วไปถ้าเว็บไซต์เราเป็นเว็บเกี่ยวกับการขายสินค้าโดยตรง เราคงจะไม่ได้มีการปั่นหน้าเว็บมหาศาลแน่นอน เพราะไม่รู้จะปั่นไปเพื่ออะไรเหมือนกัน ส่วนใหญ่จะเจอกับเว็บไซต์ที่ต้องการทราฟฟิคเข้าเว็บเยอะๆซะมากกว่า

เรื่องของเรื่อง ที่เจ้าของเว็บไซต์บางกลุ่มใช้วิธีปั่นหน้าเว็บเพจ อาจมีสาเหตุมาจากการทำ SEO นั้นไม่ได้ง่ายนัก ยิ่งถ้าเรามีคีย์เวิร์ดเป้าหมายเป็น 100 คำ ไม่ต้องพูดถึงการทำ SEO เลย กว่าจะทำคีย์แรกติดอันดับ Top 1-3 ไหนจะทำเสร็จแล้วก็ต้องมาคอยดูแลอีก เลยเกิดแนวคิดที่ว่าถ้าเราจะทำให้เว็บมีอันดับหลายๆคีย์เวิร์ดคงเป็นเรื่องยากแน่ถ้าให้มานั่งทำ SEO ทีละคีย์เวิร์ด จนมีการทดลองคัดมาเฉพาะคีย์เวิร์ดที่คู่แข่งต่ำๆและปั่นหน้าเว็บแทนโดยให้หัวข้อของหน้าเว็บเพจนั้นๆมีคีย์เวิร์ดปะปนอยู่ด้วย ส่วนบทความที่ใส่ลงหน้าเว็บเพจนั้น ก็มีทั้ง Copy ชาวบ้านมา หรือเอามายำใหม่ให้แตกจากเดิมเล็กน้อย บางคนมีความชอบในการปั่นหน้าเว็บเข้าเส้นเลือด เล่นใช้วิธี Spin บทความเละเทะ ไม่สนใจว่าผู้ใช้จะอ่านออกหรือไม่ ขอมีทราฟฟิคเข้ามาเยอะๆไว้ก่อนเป็นอันใช้ได้ จริงอยู่ที่หากเนื้อหาเว็บของเรามีการอัพเดทใหม่อยู่ตลอดเวลาและไม่ค่อยจะมีข้อเนื้อหาซ้ำกับเว็บอื่นที่บอทของ Search Engine เคยไปเก็บข้อมูลมา บางครั้งหน้าเว็บเหล่านั้น มันจะถูกนำมาจัดอันดับในหน้าแรกของผลการค้นหาเองโดยไม่ต้องทำลิงค์เข้าเลย เมื่อเป็นแบบนี้เลยทำให้เจ้าของเว็บไซต์บางคนใช้วิธีนี้แทนการทำ SEO Off Page ในแต่ละหน้าเว็บเพจ แค่ออกแบบ On Page พอไปวัดไปวาแล้วเอามาปั่น ก็อาจมีอันดับติดหน้าแรกได้บ้างแล้ว

หากปั่นมากๆ รับรองเว็บปลิวแน่นอน

มีอยู่ช่วงนึงที่วิธีการปั่นหน้าเว็บสามารถทำเงินได้มหาศาล นัก IM บ้านเรานำมาใช้ปั่นหาเงินจากพวกระบบ Affiliate ของต่างประเทศ แต่เมื่อระบบ Search Engine อัพเดทการคำนวนอันดับครั้งใหม่ เว็บปั่นจำนวนมากก็ถูก Deindex แบบสายฟ้าฟาด ยิ่งปั่นเยอะยิ่งโดนเยอะ บางคนทำเป็นร้อยโดเมนก็เจอ Deindex เป็นร้อยโดเมน ถึงแม้ว่าจะมีบางเว็บไซต์ที่หลุดรอดจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Google ในช่วงนั้น แต่ในที่สุด หากเว็บยังคงปั่นอยู่ต่อเนื่องก็คงไม่น่ารอด ส่วนใหญ่เว็บปั่นที่โดนแน่ๆคือพวกที่ปั่น 1 โดเมนเป็นหมื่นหน้าเว็บเพจในระยะเวลาสั้นๆ หรือปั่นซับโดเมนเป็นร้อยในระยะเวลาสั้นๆ ให้เรามองตามหลักความเป็นจริงว่า หากเรานั่งเขียนบทความเอง เป็นไปได้ไหมว่าใน 1 เว็บจะเขียนได้เป็นพันบทความต่อวัน ต่อให้จ้างเขียนหรือเป็นเว็บขนาดใหญ่ที่มีคนเขียนบทความเยอะก็ตาม คงไม่น่าเกิน 100 บทความต่อวันโดยเฉลี่ย ขนาดเว็บข่าวที่ต้องอัพเดทข้อมูลทุกวันยังไม่ถึงเลย

ดังนั้น เป็นเรื่องง่ายมากที่ Search Engine จะลงโทษเว็บปั่นเหล่านี้ ในช่วงที่เว็บไม่ยังไม่โดน Deindex ก็คงจะมีความรู้สึกหอมหวานในความฝันที่วาดไว้ แต่เมื่อไหร่ที่เว็บโดน Deindex ก็ต้องมานั่งปั่นใหม่ ซื้อโดเมนใหม่อีก เปลืองเงิน ทำไมเราไม่ทำเว็บเดียวไปเลย โดยเน้นให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพของบทความล่ะ บางคนไม่ยอมแพ้ เชื่อว่าวิธีเดิมๆในการปั่นยังคงทำได้ผลดีอยู่ ก็จัดซื้อโดเมนใหม่มาอีก 20-30 โดเมนเอามาปั่น ยิ่งโดนแบนก็ยิ่งปั่นเพิ่ม ทั้งเหนื่อยและเสียเงินโดยแท้ หรือต่อให้เราไม่โดน Search Engine แบน หากทำพวก Affiliate ก็อาจจะโดนเจ้าของเว็บ Affiliate แบนบัญชีเราได้เพราะไปทำผิดกฎกติกาเว็บเขาในเรื่องของการโปรโมท กลายเป็นทำแล้วไม่ได้เงินสักบาท

เซียนปั่นหน้าเว็บเพจมักเอาตัวรอดได้เสมอ

ในปัจจุบัน การปั่นหน้าเว็บเพื่อหวังทราฟฟิคจากหลายๆคีย์เวิร์ดไม่ใช่ว่าจะโดน Deindex ไปซะทุกเว็บ ยังมีเซียน IM หลายคนที่ซุ่มเงียบได้เงินอยู่เรื่อยๆ แต่เขาจะทำอยู่บนพื้นฐานของความเหมาะเป็นส่วนใหญ่ อาจจะเขียนโปรแกรมดึงข้อมูลมาโพสวันละ 10-20 โพสต่อโดเมน ทำหลายโดเมนรวมๆต่อวันก็ถือว่าเยอะอยู่ ทำให้เหมือนกับว่าเราเป็นคนทยอยอัพเดทข้อมูลเอง บทความอัพต่อวันก็พอดีไม่มากไม่น้อย เพราะ Search Engine เองไม่สามารถรู้ได้ว่า บทความที่โพสลงเว็บ เป็นคนโพสหรือเป็นการเขียนโปรแกรมตั้งเวลาโพสอัติโนมัติ

จริงๆ Search Engine มันก็ไม่ได้สนหรอกว่าจะโพสเองหรือปล่าว ขอแค่เว็บมีเนื้อหาคุณภาพและเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน เวลาผ่านไปเว็บก็จะมีอันดับดีขึ้นเอง อาจจะมีเว็บที่มีเนื้อหาอ่านแล้วงงๆหลุดมาให้เห็นบ้างในบางครั้ง ( พวกที่ใช้วิธีสปินบทความ ) แต่สุดท้าย เว็บเหล่านั้นก็จะล้มหายไปจากระบบการค้นหา โดยเฉพาะช่วงที่มีการอัพเดทระบบค้นหาครั้งใหญ่ของ Search Engine รู้แบบนี้แล้วใครยังคิดจะทำก็เอาที่สบายใจแล้วกัน ส่วนพวกเซียนๆที่ปั่นแล้วได้เงินอยู่ก็ไม่ต้องไปว่าเขา เพราะเขามีวิธีเอาตัวรอดอยู่แล้ว หรือก็อาจไม่รอดในอนาคต แต่เขาเหล่านั้นก็เลือกรับความเสี่ยงไว้อยู่แล้ว ถ้าเราไม่ถนัดการปั่น การหัดทำ SEO อย่างถูกวิธี อาจจะไปเรียนจากพวกรับสอน SEO มาก่อนแล้วหัดทำเอง น่าจะเป็นประโยชน์ระยะยาวมากกว่ามานั่งหาวิธีปั่นเว็บเพจให้ได้กินแค่ช่วงแรกแต่สุดท้ายก็ต้องมานับ 1 ใหม่อยู่แบบนี้ หากคิดจะเป็นเซียนในสายปั่นหน้าเว็บเพจ ก็ต้องหากูรูที่คอยให้คำแนะนำไว้ด้วย ไม่งั้นเดี๋ยวจะเจ็บตัวเพราะมันจะมีต้นทุนในการทำพอสมควร ทั้งเรื่องของเวลาและค่าใช้จ่าย

Tutorial SEO 2016

SEO 2016 : การสแปมลิ้ง เท่ากับ ทำลายตัวเอง

ตั้งแต่ Google ได้มีการอัพเดทครั้งใหญ่ในช่วงปี 2015 ที่ผ่านมา เหล่าเว็บสแปมที่เคยมีอันดับทั้งหลายก็ได้เกิดร่วงระนาวเป็นโดมิโน่ จริงๆแล้ว Google ได้มีการอัพเดทอัลกอริทึ่มอยู่ตลอดเวลาเพื่อจัดการกับเหล่า Spammer ทั้งหลายที่ชอบไปสร้างความเดือนร้อนให้เว็บชาวบ้าน แต่เหมือนช่วงปี 2013-2014 อัลกอริทึ่มของ Google เองมีจุดผิดพลาดครั้งใหญ่ในการให้คะแนน SEO ในแต่ละเว็บไซต์ ที่พูดแบบนี้เพราะช่วงนั้นมีเหล่านักสแปมทั้งหลาย หว่านโพสลิงค์จำนวนมากตามเว็บต่างๆ แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่าอันดับดีขึ้นเรื่อยๆจนมาครองอันดับ 1 กันเยอะ ช่วงนั้นมีโปรแกรมเมอร์หลายคนได้ผลิตโปรแกรมสำหรับสแปมโดยเฉพาะมาวางขายกันในเว็บเกี่ยวกับ SEO อย่างพวก GSA, ScrapeBox, No Hands SEO และอีกมากมายเหลือเกิน ผลิตแข่งขันกันอย่างต่อเนื่อง แถมขายดีเป็นเทน้ำเทท่า อารมณ์ประมาณว่า ใครมี Tools พวกนี้อยู่ในมือ การครองอันดับ 1 ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

จนในที่สุดอัลกอริทึ่ม Google ก็สามารถจัดการเว็บสแปมทั้งได้ได้เกือบทั้งหมด ถึงแม้จะมีอยู่อีกไม่น้อยที่ยังคงติดอันดับดี แต่เมื่อเวลาผ่านไป หากยังสแปมไม่หยุด เว็บเหล่านั้นก็จะถูกลงโทษโดยการตบให้อันดับร่วงหาย หรือเลวร้ายที่สุดคือเกิดการ Deindex ทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปไม่สามารถค้นหาชื่อเว็บเหล่านั้นจากสารบัญการค้นหาได้เลย (Deindex คือการถอดเว็บไซต์ออกจากสารบัญการค้นหาของ Search Engine เว็บที่โดนส่วนใหญ่จะเป็นพวกเว็บสแปมหนักๆหรือพวกเว็บปั่นจำนวนหน้าเพจเยอะๆ) หากเว็บไหนถูก Deindex โอกาสจะกลับมาค้นหาเจอใน Search Engine อีกครั้งถือเป็นเรื่องยาก สู้ไปสร้างเว็บใหม่เสียดีกว่า ถ้าไม่อยากเสียเวลานับ 1 ใหม่อีกครั้ง ก็อย่าไปนั่งสแปมลิงค์

ทำไมบางเว็บไซต์ที่สแปมลิงค์ถึงยังคงมีอันดับในปัจจุบัน

อย่างที่บอกไปข้างต้น ถึงแม้อัลกอริทึ่มจะมีเก่งเพียงใด แต่มันก็เป็นโปรแกรมที่มนุษย์สร้างขึ้นมา โดยหากมันเจอการกระทำที่ไปเข้าเงื่อนไขของโปรแกรมว่าการกระทำนี้ ถือว่าเข้าข่ายสแปมหรือไม่เหมาะสม มันก็จะตัดคะแนน SEO ส่วนนั้นออกไป แต่ในการคำนวนอันดับเว็บไซต์ แท้จริงแล้วไม่ได้มีแค่คะแนนของเรื่อง Backlinks เพียงอย่างเดียว มันยังมีอีกหลายร้อยปัจจัยที่ถูกเซ็ตค่าให้อัลกอริทึ่ม ถึงแม้บางคะแนน SEO จะถูกหักออก แต่ถ้าโดยรวมเว็บไซต์นั้นๆมีคะแนน SEO ค่าอื่นที่ดีมากและดีขึ้นอยู่เรื่อยๆในทุกครั้งที่บอทเข้ามาเก็บข้อมูล เว็บไซต์ก็อาจจะไม่ได้ร่วงหล่นหาย แต่อาจจะมีอันดับดีขึ้นเสียด้วยซ้ำไป การคิดคะแนนที่มีหลายปัจจัยย่อมเป็นผลดีกว่าสำหรับผู้ให้บริการ Search Engine ลองคิดในเชิงแง่ลบสักนิด สมมุติว่ามีการให้คะแนน SEO เฉพาะเรื่องของ Backlinks เพียงอย่างเดียว หากวันนี้เว็บพันทิปโดนนักสแปมรวมหัวกันยำ เว็บ เว็บพันทิปคงโดน Deindex แน่นอน ทั้งๆที่เจ้าของเว็บไม่ได้เป็นต้นเหตุของการสแปม แถมเว็บพันทิปยังมีผู้ใช้งานจำนวนมากที่พึงพอใจ ถ้าเป็นแบบนี้คนทั่วไปที่เข้ามาใช้งานเว็บ Search Engine ก็คงจะไม่พอใจในผลการค้นหาที่เจอ เพราะเว็บที่อยากเข้าดันค้นหาไม่เจอ แต่ดันเจอเว็บอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด ในการคำนวนอันดับจึงต้องมีหลายปัจจัยมาเป็นองค์ประกอบ

ปัจจุบันยังมีเว็บจำนวนมากที่ถึงแม้จะเคยโดนสแปมจากผู้อื่น หรือสแปมด้วยตนเองมาบ้าง แต่ก็มีอันดับดีอยู่ในหน้าผลการค้นหา แถมเป็นคีย์เวิร์ดที่มีการแข่งขันสูงอีกด้วย อย่างพวกเว็บตระกูล Bet ทั้งหลาย W88 SBO ผลบอลสด อะไรพวกนี้ เท่าที่ลองส่องดูก็ยังมีอันดับดีอยู่ ซึ่งหากเราจะลองเข้าวิเคราะห์ดูข้อมูลเชิงลึก ก็ควรดูอย่างมีสติ อันไหนที่คิดว่ามันดูโอเค ก็นำมาประยุกต์ใช้กับเว็บไซต์ของตนได้ แต่ถ้าเรื่องสแปมก็ไม่ต้องไปสแปมตามเขา ยิ่งถ้าเปิดเว็บใหม่แล้วสร้างลิงค์สแปมจำนวนมหาศาล คิดว่าไม่น่าเกิน 15 วัน เว็บคงปลิวหายไปจากสารบัญการค้นหาแน่นอน

มอง SEO ใหม่ ด้วยมุมมองที่ง่ายกว่า

การทำ SEO เราไม่ต้องไปมองลึกมาก ไม่ต้องไปคิดเยอะ เพราะคิดไปมันก็คือความมโนของเราอยู่ดี ตราบที่ผู้ให้บริการ Search Engine ไม่ได้ออกมาบอกถึงปัจจัยทั้งหมดที่จะส่งผลในเชิงบวกแก่เว็บไซต์ในทาง SEO ดังนั้น สิ่งที่เราควรจะมองให้ออกก็คือ ให้สมมุติตัวเองว่าเราเป็นเจ้าของเว็บให้บริการ Search Engine เราอยากให้เว็บแบบไหนถูกจัดอันดับหน้าแรกของผลการค้นหา มันก็ต้องตอบเป็นเสียงเดียวกันอยู่แล้ว คือเว็บไซต์ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งานจำนวนมาก เนื้อหาเว็บมีประโยชน์ต่อผู้อ่าน ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บไม่ช้าจนเกินไป คงจะตอบกันแนวๆนี้ ถ้าเราคิดแบบนี้ เราก็เพียงสร้างเว็บไซต์คุณภาพและดูแลมันอย่างสม่ำเสมอ ถอดความรู้ SEO ที่ไม่ค่อยจะมีสาระออกจากหัวให้หมด ลองทำแบบนี้ไปสัก 3 เดือน เชื่อว่าต้องมีติดอันดับในคำค้นหาย่อยๆอยู่บ้างล่ะ หรือดีไม่ดีอาจขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในคำค้นหาหลักเลยก็เป็นได้ แต่ถ้าใครไม่เกิดอาการขี้เกียจเข้าเส้นกับเรื่องพวกนี้ ลองหาจ้างกลุ่มคนที่รับทำ SEO ดูก็ได้เช่นกัน เลือกผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์และผลงานสักหน่อย ถ้าเป็นเว็บใหญ่หรือเว็บบริษัท อย่าเสี่ยงจ้างนักทำ SEO หน้าใหม่ไฟแรงที่ยังไม่มีผลงาน เพราะมีความเสี่ยงสูงที่เว็บอาจพังก่อนจะได้แจ้งเกิด