เพิ่มประสิทธิภาพ ด้วย Meta Tag

เพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์สำหรับ Search Engine ด้วย Meta Tag

เมตา แท็ก (Meta Tag ) เป็นตัวอย่างข้อความที่ทำให้เครื่องมือค้นหา (Search Engine)เข้าใจวัตถุประสงค์หลักของหน้าเว็บหนึ่งๆ ช่วยให้พวกเขาเข้าใจว่าหน้าเว็บไซต์ของคุณเป็นข้อมูลเกี่ยวกับอะไร ดังนั้น จึงจัดทำดัชนีอย่างถูกต้องและเพิ่มการจัดอันดับ หากพูดง่ายๆก็คือ เมตา แท็ก เป็นสิ่งที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับหน้าเว็บของคุณไปยัง Spider หรือบอท ที่เป็นตัวเก็บข้อมูลจาก Google หรือเสิร์ช เอนจิ้น ตัวอื่นๆ สำหรับการรวบรวมข้อมูลเว็บไซต์เพื่อการจัดอันดับที่ดียิ่งขึ้น เหล่านี้มีความสำคัญมากใน SEO และนี่คือบางส่วนที่สำคัญและแตกต่างกันไปของ เมตา แท็ก ที่จำเป็นสำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์ของคุณให้ดีขึ้น ดังนั้น ขอเจาะลึกลงไปเพื่อทำความเข้าใจให้ดีขึ้น

Title Tag : เป็นชื่อหลักของหน้าเว็บซึ่งแสดงในผลการค้นหา ต้องเป็นเอกลักษณ์และเกี่ยวข้องกับคำอธิบายที่เขียนขึ้นในบริบท ควรมีความชัดเจนเพียงพอที่จะแสดงหรือบ่งบอกวัตถุประสงค์ให้กับเครื่องมือค้นหาและผู้อ่านเพื่อให้เข้าใจหน้าเว็บของคุณได้ดีขึ้น ปกติ Google จะแสดงแท็ก title เพียง 50-60 อักขระและคุณต้องคำนึงถึงขีด จำกัด นี้ในขณะที่กำลังสร้างไม่ให้ยาวเกินไป

Description Tag : คำอธิบายแท็ก เป็นเพียงคำอธิบายสั้นๆ ของหน้าเว็บของคุณซึ่งจะช่วยให้ Google เข้าใจข้อเสนอพิเศษของคุณ ขีด จำกัด ของคำอธิบาย Meta Description ที่แนะนำคือ 160 ตัวอักษร ซึ่งรวมถึงช่องว่าง ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าคำอธิบายที่คุณมีการสร้างควรมี Keyword ที่มีลักษณะเป็น Longtail Keyword รวมอยู่ด้วย

Robots Meta Tag : นี่เป็นโค้ดที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดทำดัชนี(index)หน้าเว็บเพจหรือเว็บไซต์ของคุณ เราควรเรียนรู้เกี่ยวกับรหัสทั้งหมดของ Robots ซึ่งรวมถึงคำต่างๆเหล่านี้ เช่น Index, Follow,No Index,No Follow เพื่อจะได้นำไปใช้ในส่วนที่ที่มีความเหมาะสม หากคุณไม่มีความรู้ด้านเทคนิคในส่วนนี้ก็อาจใช้วิธีการจ้างผู้เชี่ยวชาญก่อน แล้วค่อยๆเรียนรู้ด้วยตัวเองในภายหลังก็ได้

ALT Tag : เป็นส่วนที่ใช้ในรูปภาพเพื่อช่วยให้ Google เข้าใจว่ารูปภาพของคุณเป็นข้อมูลเกี่ยวกับอะไร ทำให้ภาพของคุณเข้าถึงทั้งได้ทั้งส่วนของคนและเครื่องมือค้นหา

Header Tag : อาจจะเป็นสิ่งที่ถูกมองข้ามมากที่สุด แต่ Header Tag ใช้ในการจัดโครงสร้างหน้าของคุณในส่วนหัวเรื่อง (Heading) และหัวเรื่องย่อย (subheading) ช่วยปรับปรุงการนำเสนอหน้าเว็บของคุณและช่วยเพิ่มความสดวกให้ Spider ของ Serach Engine และคนที่เข้าชมเว็บด้วย

เหล่านี้เป็นแท็ก Meta ซึ่งมีความสำคัญมากใน SEO และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นก็ควรคนึกถึงสิ่งต่างเหล่านี้แต่หากทำไม่เป็นจริงๆก็ควรจ้าง บริษัท SEO มืออาชีพที่ให้ความช่วยเหลือสำหรับการปรับปรุงเพื่อการจัดอันดับการค้นหาของเว็บไซต์ของคุณมากกว่าปล่อยผ่านไปเลยโดยไม่สนใจ

SEO Tactics

ทำ SEO แล้ว ต้องรอนานแค่ไหนถึงจะตรวจสอบได้ ?

ในส่วนนี้เชื่อได้เลยว่าหลายต่อหลายคนก็อาจจะสงสัยเหมือนกันว่า เมื่อเราได้ทดลองทำ SEO ไปบ้างแล้ว เราจะต้องรอนานแค่ไหนถึงจะสามารถตรวจสอบได้ว่า การทำ SEO ของเรานั้นได้ผลมากน้อยขนาดไหน? และจะต้องทำอะไรต่อไปเป็นสำคัญ จริง ๆ แล้วในส่วนของการตรวจสอบนับได้ว่าไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่คุณทำการเปิด chrome ขึ้นมา แล้วทำการเข้าสู่โหมด Incognito หลังจากนั้นให้ทดลองใส่คำคีย์เวิร์ดลงไป ซึ่งจะต้องเป็นคำที่คุณคิดว่าทางด้านผู้ใช้จะใช้ค้นหา แล้วให้ลองดูว่าเว็บไซต์ของคุณนั้นได้ติดอยู่ที่อันดับเท่าไหร่กันแน่ แต่ถ้าหากคุณพยายามเปิดไปที่หน้า 2 และหน้า3 กลับไม่พบเว็บไซต์ของคุณเลย ขอให้คุณหยุดทำการค้นหา เมื่อเป็นเช่นนี้สิ่งที่คุณจะต้องทำต่อไปคือต้องเริ่มทำ SEO คำที่คุณค้นหาเมื่อสักครู่ แล้วไม่พบเว็บไซต์ของคุณ

เมื่อทดลองแล้ว ต้องรอนานไหมกว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่แท้จริง

เชื่อได้เลยว่าผู้ที่จัดทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของตนเอง ย่อมที่จะคาดหวังผลลัพธ์ที่ดีตามมากันอย่างแน่นอน โดยเฉพาะการที่ได้เห็นเว็บไซต์ของตนเองมีอันดับที่ดีขึ้นในวันถัดมา ถือได้ว่าเป็นความปรารถนาที่ชัดเจน แต่อย่างน้อยคุณก็ต้องเข้าใจด้วยว่า การทำ SEO ไม่ได้ส่งผลหรือทำให้เกิดผลดีได้อย่างรวดเร็ว และที่สำคัญจำเป็นจะต้องใช้ระยะเวลาเป็นอย่างมาก อีกทั้งผลลัพธ์ที่ได้ตามมาอาจจะเป็นผลลัพธ์ที่ดีหรือไม่ดีก็เป็นไปได้ทั้งนั้น อย่างเร็วที่สุดคุณอาจจะต้องรอนานเป็นเดือน สองเดือนขึ้นไปเป็นหลัก

ต่อให้ต้องรอนาน แต่ความสม่ำเสมอย่อมสร้างผลดี

บางคนอาจจะมองว่า การทดลองทำในแต่ละครั้งจำเป็นจะต้องรอระยะเวลาเป็นเดือน ๆ ส่งผลทำให้พวกเขารู้สึกท้อไปในที่สุด และไม่อยากที่จะอัพเดทการทำ SEO ให้กับตนเองในระหว่างที่รอ หากเป็นเช่นนี้ย่อมส่งผลเสียอย่างแน่นอน เพราะสิ่งที่คุณจะต้องทำในระหว่างที่รอ คือ การทำ SEO อย่างต่อเนื่องและทำแบบเสมอต้นเสมอไป มีความสม่ำเสมอและอย่าหยุดรอเป็นอันขาด ทุกอย่างที่มีผลต่อการทำ SEO ในระหว่างนี้คุณจะต้องพยายามทำทั้งหมดเพื่อให้เกิดผลดี ไม่แน่ว่าอันดับหรือคะแนนของเว็บไซต์ของคุณจะดีขึ้นได้อย่างจริง ๆ รวดเร็วกว่าที่คุณคาดคิดเอาไว้ก็เป็นได้

การทำ SEO เปรียบเสมือนว่าคุณได้เริ่มต้นลงสนามแข่งขันอย่างจริงจัง และคุณจะต้องจริงจังกับมันเท่านั้น ถึงแม้ว่าเว็บไซต์ของคุณจะขึ้นอับดับแล้วก็ตาม การหยุดทำ SEO จะส่งผลต่ออันดับคุณได้ในระยะเวลาต่อมาอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร คุณจะต้องไม่หยุดทำ SEO เป็นอันขาด

SEO Tutor

วิธีแก้ไขสถานการณ์ เมื่อทำ SEO แล้วอันดับไม่ดีขึ้น

ถือได้ว่าเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับกลุ่มคนที่ต้องจัดทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ หากพวกเขายังคงต้องเผชิญกับความผิดหวังผ่านการทำ SEO อยู่เช่นเดิม เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถปรับเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงเว็บไซต์ให้ตรงกับเกณฑ์การพิจารณาของ google ได้สักที เพราะฉะนั้นแล้ว การเลือกใช้บริการจากผู้จัดทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณ คุณจำเป็นจะต้องเลือกผู้ให้บริการสักนิด บางคนเก่ง บางคนไม่เก่ง ฝีมือย่อมมีความแตกต่างกันออกไป อย่างน้อยการเปลี่ยนแปลงข้อผิดพลาด ตลอดจนกระทั่งการที่เราหันมาใส่ใจที่จะพัฒนาเว็บไซต์ของตนเอง ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่คุณจะต้องทำอย่างมากที่สุดและไม่ควรพลาด อย่างน้อยถ้าหากค้นพบว่าผิดหวังจากการทำ SEO วิธีแก้ไขสถานการณ์ คุณจะต้องทำสิ่งเหล่านี้

ต้องปรับแต่งพัฒนาเว็บไซต์ใหม่

เมื่อคุณทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ แล้วยังคงพบว่าต่อให้ทำอย่างไรอันดับก็ไม่ดีขึ้นเลยสักนิด คุณจะต้องหยุดและหันมาพัฒนาเว็บไซต์ของคุณแทน ด้วยการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ตรงกับหลักเกณฑ์การพิจารณาของ google ให้ได้มากที่สุด อย่างน้อยการพัฒนาที่ว่านี้ จะสามารถนำพาเว็บไซต์ของคุณให้ก้าวขึ้นอันดับต้น ๆ ได้ ไม่แน่ว่าการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ตรงหลักเกณฑ์ของ google ต่อให้คุณไม่ได้ทำ SEO อะไรเลย แต่อันดับของเว็บไซต์ของคุณ ก็ยังคงสามารถกลับมาดีขึ้นได้อย่างน่าตกใจเลยทีเดียว ส่วนหลักการในการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ตรงกับหลักเกณฑ์การพิจารณาของ google นั้น คุณจะต้องทำหลากหลายอย่างด้วยกัน ในส่วนนี้คุณสามารถศึกษาแนวทางหรือข้อมูลเพิ่มเติมได้บนโลกโซเชียลเน็ทเวิร์กค่ะ

สร้างจุดเด่นกว่า เพื่อปิดกั้นคู่แข่งขัน

การที่อันดับเว็บไซต์ของคุณไม่ดีขึ้นเลย ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะคู่แข่งขันของคุณนั้นมีจำนวนมาก หรือไม่ คู่แข่งขันของคุณยังคงสามารถปรับและพัฒนาเว็บไซต์ได้ดีกว่าคุณอย่างแท้จริง ซึ่งในส่วนนี้คุณจะต้องศึกษาความรู้เพิ่มเติมให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับคู่แข่งขันหรือแม้กระทั่งตลาด หากคุณรู้จุดและสามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขเว็บไซต์ของคุณให้ดีกว่าคู่แข่งขันได้ แน่นอนเลยว่าคุณจะประสบความสำเร็จ ผ่านการผลักดันให้เว็บไซต์ของคุณนั้นมีอันดับที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

สิ่งที่คุณจะต้องทำจริง ๆ หลังจากที่ค้นพบว่า ทำ SEO เท่าไหร่ก็ไม่ได้ดีหรือแตกต่างไปจากเดิม ก็คือ ให้ทำการตรวจสอบดูก่อนว่า เว็บไซต์ของคุณนั้นมีคุณภาพพอและตรงกับหลักเกณฑ์การพิจารณาของ Google หรือไม่ ตลอดจนกระทั่งทำการเปรียบเทียบผลงานกับคู่แข่งขัน ว่าคุณมีสิทธิ์ที่จะชนะคู่แข่งขันได้มากน้อยขนาดไหน และพยายามพัฒนาให้ตรงจุด ไม่นานเว็บไซต์ของคุณจะทะยานสู่หน้าแรกของกูเกิลได้อย่างแน่นอน

SEO Keywords

การทำคีย์เวิร์ดพนัน คู่แข่งเยอะทุกคีย์เลยหรือไม่

เด็กใหม่เข้าวงการลองศึกษาในเว็บไทยเสียวบอร์ด (thaiseoboard.com) มักจะเจอคำถามพวกการทำเอสอีโอสายพนัน สายดำ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มหนัง กลุ่มบอล กลุ่มคาสิโนต่างๆ เวลามีการโพสต์กระทู้ถามขึ้นมาก็มักจะได้คำตอบว่าการแข่งขันในกลุ่มนี้เป็นการแข่งขันที่ยาก มีการแข่งขันสูงอยู่ตลอดเวลา และพร้อมที่จะโดนคู่แข่งโจมตีได้ทุกเมื่อ ทั้งที่ความเป็นจริงมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป ในตลาดแดงย่อมมีช่องว่างที่เราสามารถแทรกเข้าไปทำได้อยู่เสมอ เพียงแค่จะต้องหาผู้จ้างให้เจอ และค้นหานิชคีย์ทองคำให้เจอ

การที่เราจะหา Keyword ได้นั้น มาจากประสบการณ์ในการวิเคราะห์ว่า 10 อันดับแรกในหน้าผลการค้นหา เค้าใช้อะไรมาเป็นตัวทำอันดับบ้าง แล้วเรามีอาวุธมากพอที่จะไปต่อกรกับเขาบ้างหรือไม่ บางเว็บไซต์มีการส่งแหล่งทราฟฟิคมาจากเว็บดูบอล บางเว็บไซต์มีแหล่งแบคลิ้งค์มหาศาลที่มีคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนแต่ต้องใช้เงินทุนมหาศาล ถ้าเราไม่มีกำลังเหล่านี้ก็ยากที่จะต่อกรได้ แต่ในบางคำค้นหา เวลาเราลองไป Spy คู่แข่งดู จะพบว่าไม่มีความแข็งแกร่งของแบคลิ้งค์และปริมาณ Traffic เลยด้วยซ้ำ เพียงแค่มันอาจจะเป็นแบรนด์เว็บพนันที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก อาจจะเป็นเพราะเจ้าของมาเปิดเองไม่เปิดรับเอเย็น หรืออาจจะเป็นเพราะไม่ค่อยมีคนเข้ามาทำการตลาด แต่หากเรามีคนจ้างทำในตลาดเหล่านี้หรือเรารู้จักคนทำเหล่านี้ เราก็สามารถทดลองทำได้ด้วยตัวเอง

บ่อยครั้งที่คีย์สายดำจะง่ายกว่าสายขาว

บางทีมันอาจจะง่ายกว่าการมาทำ Keyword สายขาว อย่างเช่น เครื่องสำอาง ครีมหน้าขาว ครีมหน้าใส ก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของการทำ SEO สายนี้ยังมีอยู่เสมอเพราะกฎหมายไม่ได้รองรับ เราจึงควรจะพิจารณาให้ดีว่าเราควรจะทำหรือไม่ ถ้าให้ดีควรไปทำสายขาวและมองหา Keywords ที่คู่แข่งต่ำเอาไว้ดีกว่า หากเราฝึกวิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำ มองออกว่าคำไหนคู่แข่งเยอะ คำไหนคู่แข่งน้อย การทำเงินจาก SEO ก็จะไม่ยากเกินกำลัง ไม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนสูงหรือใช้ทรัพยากรมาก เพียงแค่มีความรู้จริงก็สามารถแทรกแซงตลาดเหล่านี้ได้ทุกเมื่อ

seo advice

อัลกอริทึ่ม Google ปรับเปลี่ยนแบบ Real-time

สำหรับเพื่อนเพื่อนที่ทำเอสอีโอมาอย่างยาวนาน ทันสมัย CEO คนก่อนหน้า ซึ่งในสมัยก่อนนั้น Google จะใช้รูปแบบการปรับเปลี่ยนปัจจัยในการค้นหาทีละนิดทีละหน่อย และเมื่อเห็นพฤติกรรมผู้ใช้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในเรื่องใด จะมีการปรับครั้งใหญ่โดยจะมีการให้ชื่อว่า แพนด้า เพนกวิน หรือสัตว์อื่นๆก็แล้วแต่ว่าขอบเขตของการปรับเปลี่ยนอันกอริทึมในครั้งนั้นจะเกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนในส่วนไหนเป็นหลัก

แต่ในปัจจุบันระบบอันกอริทึมของระบบค้นหาใน Google ได้มีการปรับเปลี่ยนในรูปแบบ Real-time คือสามารถดูพฤติกรรมของผู้ใช้การเสิช การคลิกเข้าหน้าเว็บ ระยะเวลารับชม และข้อมูลอื่นๆที่เป็นส่วนสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของเว็บไซต์มาใช้ในการคำนวณอันดับการค้นหาในรูปแบบที่เราเรียกว่านาทีต่อนาทีกันเลยทีเดียว สังเกตว่าเวลาเราค้นหาใน Google ทุกวันนี้จะมีการสวิงขึ้นลงอย่างรวดเร็ว อันดับจะไม่ค่อยนิ่งมากนักในทุกคีย์เวิร์ด และสังเกตว่าจะไม่ได้มีการอัพเดทอัลกอริทึมครั้งใหญ่บ่อยครั้งเหมือนสมัย CEO คนเก่ายังอยู่

Google Algorithm Updates

เพราะปัจจุบันระบบอันกอริทึมจะซึมซับพฤติกรรมผู้ใช้และปรับเปลี่ยนคะแนนของปัจจัยต่างๆที่ใช้ในการคำนวณดับขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา นักทำ SEO จะต้องใส่ใจทั้งเรื่องของการออกแบบเว็บไซต์ให้บอทสามารถเข้าอ่านได้อย่างง่ายไม่ติดปัญหา Error รวมไปถึงการออกแบบ UX ที่ดีเพื่อให้ตอบสนองพฤติกรรมของผู้ใช้งานได้อย่างครบถ้วน เมื่อเราตอบสนองในเชิงบวกทั้งบอทและคน เว็บไซต์ของเราก็จะเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

Alt Tag

ประโยชน์ในการใส่คีย์เวิร์ดให้ Alt Attribute

เรื่องน่ารู้ของคนทำ SEO มือใหม่ที่ต้องศึกษาอีกเรื่องคือ การใช้ Alt Attribute ซึ่งหลายคนอาจไม่คิดว่ามันสำคัญแต่มันมีผลกับการค้นหาและการทำ SEO เพราะหน้าที่ของ Alt Attribute หรือความหมายของมันนั้นคือ การใส่ คีย์เวิร์ด หรือ แทค หรือ รายละเอียดสั้นๆให้กับรูป ซึ่งหากใช้การอัพเดทเว็บไซด์ด้วย wordpress จะรู้กันอยู่แล้วว่าต้องใส่ตรงไหน และการตั้งชื่อรูปก็มีส่วนสำคัญซึ่งเราต้องตั้งไว้ตั้งแต่ทำรูปเสร็จหรืออัพโหลดมาเลย ซึ่งชื่อในรูปนั้นก็ควรเกี่ยวข้อกับบทความหรือชื่อเว็บไซด์หรือมีคีย์เวิร์ด แต่มันจะมีข้อจำกัดหาก wordpress ไม่รองรับชื่อรูปภาษาไทย แต่เราสามารถเลี่ยงไปใช้คำอื่นในภาษาอังกฤษที่ตรงกับคีย์เวิร์ดของเราได้ หลักการง่ายๆที่ควรจำในการทำ Alt Attribute สำหรับ SEO แม้มันจะดูง่ายไม่ยุ่งยากแต่มันก็มีข้อควรจำที่ควรทำตามหลายๆอย่างเช่น

การใส่คำบรรยายให้ตรงกับรูปภาพหรือมีความสอดคล้องและสัมพันธ์กัน หากเรากับลังแทรกรูปเกี่ยวกับ FIFA55 ลงในบทความ รูปนั้นก็ควรใส่ Alt Attribute “FIFA55” เอาไว้ด้วย ถ้ารูปเกี่ยวกับการสมัครโดยตรง อาจใช้ว่า สมัคร FIFA55 ในส่วนของ Alt Attribute ไปตรงๆเลย เป็นการกระชับคำให้ตรงเป้าหมายมากขึ้น เพราะมันมีผลในการค้นหาด้วยภาพ การหาด้วยคีย์เวิร์ดแล้วเลือกให้แสดงภาพ หากภาพตรงกับคีย์เวิร์ดมันก็จะปรากฏและมันจะเป็นการอธิบายง่ายๆว่ารูปนี้เกี่ยวข้องกับอะไร และทำให้มีความน่าสนใจในการเข้าไปค้นหาต่อที่หน้าเว็บด้วย ในคำบรรยายภาพควรมีคีย์เวิร์ดผสมอยู่ด้วย หรือ หากภาพไม่ตรงกับเนื้อความนักหรือไม่สามารถใส่คีย์เวิร์ดเราก็ใส่คำอธิบายภาพคร่าวๆไปแทนได้เพื่อให้คนที่เข้ามาอ่านรู้ว่าเป็นภาพเกี่ยวกับอะไรและเลือกคำในรายละเอียดนั้นเป็นแทคสักหนึ่งคำ และห้ามใช้คำซ้ำในแต่ละรูปภาพซึ่งหากจำเป็นต้องซ้ำเราสามารถรันหมายเลขกำกับไว้ได้

รูปนี้คือตัวอย่าง ลองส่อง Code แล้วดู Alt Tag สิว่าใส่ไว้คำว่าอะไร…

สมัคร FIFA55

Alt Attribute จะบอก Search Engine ว่ารูปเราเกี่ยวกับเรื่องอะไร

หลักการง่ายๆแค่สองขั้นตอนที่ต้องจำให้ใช้ประโยชน์จาก Alt Attribute ในการทำ SEO ซึ่งบางคนละเลยจุดนี้ เราอยากแนะนำว่าเสียเวลาใส่สักนิดปรับโน่นนี่นิดๆหน่อยมันจะทำให้อันดับ SEO ดีขึ้นหรือมีผลกับการค้นหามากขึ้นเพราะในการค้นหานั้นไม่จำเป็นต้องใช้คำในการค้นหาเราสามารถใช้รูปในการค้นหาได้ หรือดัดแปลงคีย์เวิร์ดเติมโน่นเติมนี่ให้มันสามารถมีผลกับการทำ SEO ของเราได้ เทคนิคและวิธีการต่างๆ นั้นคนทำ SEO แต่ละคนจะมีเทคนิคไม่เหมือนกันค้นหาวิธีการแตกต่างกันแต่หวังผลในทางเดียวกัน การฝึกฝน การลงมือทำจะช่วยให้เราเห็นภาพและรู้ปัญหาต่างๆ หรือ หาแนวทางการทำ SEO ได้ อย่างที่เราเคยบอกไว้ SEO ไม่มีคำว่าตายตัวไม่มีถูกไม่มีผิดอยู่ที่ว่าเราจะศึกษาค้นคว้าทดลองและหาแนวทางที่ถนัดเจอในแบบไหน ไม่มีคนเก่ง ไม่มีคนโง่ คนที่ลงมือทำคือคนที่รู้แจ้งเห็นจริง

Facebook กับ SEO เกี่ยวข้องกันหรือไม่

seo facebook

ปัจจุบันรูปแบบการทำ SEO

ดูจะยากและมีหลายวิธีที่ทำให้หลายๆคนประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จ เพราะปัจจัยในการทำ SEO มันมีความหลากหลาย Facebook ก็คือหนึ่งในนั้น หากเป็นการทำ SEO ในสายการขาย การตลาด เช่น เว็บขายสินค้าและอื่นๆ แน่นอนว่าการโปรโมทให้คนรู้จักเว็บไซด์คือสิ่งสำคัญ และการเข้าถึงผู้คนได้มากก็มีผลกับการค้นหา และการทำให้อันดับ SEO ของเว็บนั้นๆดีเช่นติดหน้าหนึ่งของ Google เป็นต้น

SEO-LOGO

แน่นอนว่าปัจจุบันการทำการตลาดหรือใช้ facebook

เป็นเครื่องมือตัวหนึ่งในการทำ SEO มันยากขึ้นแต่มันก็ยังมีความสำคัญในการโปรโมท เพราะทุกวันนี้หากอยากให้คนรู้จักเว็บไซด์ของเราได้ไวที่สุด ง่ายที่สุด ลงทุนน้อยทีสุด นั่นคือ Facebook และ line แต่ส่วนใหญ่ก็เลือก Facebook เป็นอันดับแรกเพราะเข้าถึงคนง่ายที่สุด สะดวกที่สุด SEOกับFACEBOOK แต่ปัจจุบันการโปรโมทต่างๆบน Facebook ดูจะยากขึ้นทุกทีเพราะระบบของมันมีการปรับโน่นนี่หลายอย่างทำให้การทำการตลาดหรือสื่อสารด้านการค้าบน Facebook เป็นเรื่องยาก ไม่จำเป็นต้องเป็นเว็บเทาๆ ก็อาจโดน Facebook แบนยูสเซอร์ แบนเพจ หรือกลุ่มที่เราทำไว้โปรโมทได้เหมือนกัน และมันส่งผลกับ SEO เพราะหากคนไม่เข้าเว็บอันดับก็ไม่ขึ้น การค้นหาตามคีย์ที่เราต้องการจะไม่มีเว็บของเราขึ้นหน้าแรกๆหรืออันดับต้นๆ ทีนี้ใครที่ว่าไม่เกี่ยวก็คงคิดว่ามันเกี่ยวกันแล้วใช่ไหมสำหรับ Facebook กับ SEO แม้จะส่วนน้อยก็ตามแต่มันคือช่องทางการโปรโมทที่ดีที่สุดที่เราจะหาได้ในตอนนี้

SEO-LOGO

แม้ว่าการทำ SEO

จะมีเทคนิคที่หลากหลายแต่หากขาดการโปรโมทเข้าถึงผู้คนกลุ่มเป้าหมายก็อาจทำให้ไม่ประสบความสำเร็จได้เช่นกัน แม้ว่าเว็บเราจะมีคุณภาพ มีคอนเทนต์ดีๆ มีการทำ BL ที่เกิดผล โดเมนมีค่าดีๆ แต่หากไม่มีการโปรโมทสิ่งทีทำมาก็ไม่ได้อะไรเหมือนกัน เพราะมีลูกค้าบางกลุ่มสนใจยอดวิวมากกว่าการติดอันดับในหน้าแรกของ Google เขาไม่สนว่าคุณจะทำเก่งแค่ไหน แต่หากยอดวิวเข้าเว็บน้อยกว่าที่ตั้งเป้าไว้มันก็เหมือนเราทำ SEO ไม่สำเร็จเพราะจำนวนคลิ๊กไม่เกิด นั่นคือปัญหาที่คนทำ SEO ส่วนใหญ่จะเจอและที่ตามมาคือมันมักอิงกับยอดต่างๆที่ลูกค้าต้องการด้วย ไม่ว่าจะเป็นการติด AD สร้างรายได้หรือการขายสินค้าของเขา และปัญหาเหล่านี้ก็เหมือนปัญหาโลกแตกแก้ไม่จบเพราะลูกค้าไม่เข้าใจ และที่นี่คือส่วนมากการโปรโมทก็มักมาคู่กับการทำ SEO ด้วยในปัจจุบันดังนั้น Facebook กับ SEO มันก็เหมือนถูกโยงเป็นส่วนหนึ่งด้วยกันนั่นเอง

OBL SEO

หนึ่งเว็บไซต์เล็กๆที่ไว้ส่งลิ้งค์ ไม่ควรมีลิงค์ออกเยอะจนเกินไป

บทความนี้จะเอาไว้สำหรับให้คนที่ทำ PBN ส่วนตัวให้ลองอ่านและทำความเข้าใจดู เรื่องจริงคือหลายเว็บไซต์ที่เราทำลิ้งค์เข้ามายังเว็บเรา หากเราไม่ใช่เจ้าของ เราจะไม่สามารถควบคุมปริมาณขาออกของลิงค์ได้เลย เจ้าของเว็บเท่านั้นที่จะการเรื่องพวกนี้ได้ แต่ในกรณี PBN นั้นคือเราเป็นเจ้าของ Blog เอง ทำให้การควบคุมลิงค์จะสามารถทำได้ง่าย อยากให้มีลิงค์ออกจาก Blog มากแค่ไหนก็จัดการได้เต็มที่

ปัญหาคือผู้ให้บริการ SEO บางเจ้า มักจะไม่ค่อยควบคุมปริมาณลิงค์ขาออก แรกไตอนสร้างใหม่ก็อาจจะทำได้ดี พอเวลาผ่านไปลูกค้าเริ่มเยอะขึ้น ใครที่บริหารเงินไม่เป็นก็จะไม่มีเงินไปสร้าง Network วงใหม่ๆ และวิธีที่พวกคนกลุ่มนี้ทำกันก็คือใส่ลิ้งของลูกค้าหลายรายเข้าไปในวง PBN ที่มีอยู่นิดเดียว สุดท้ายผลที่ตามมาก็คือการที่โดเมนถูก Deindex และไม่ได้พลังลิงค์ไปในที่สุด หรือต่อให้ยังไม่โดน Deindex ก็อาจจะไม่ส่งผลดีสำหรับเว็บลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ทางที่ดีกว่าของนักให้บริการ SEO คือต้องคำนึงถึงปริมาณลิงค์ขาออกของแต่ละ Blog ดูว่าในแต่ละบล็อกนั้นมีบทความมากน้อยแค่ไหนและปริมาณลิงค์ขาออกมันสัมพันธ์กับจำนวนบทความในบล็อกหรือไม่ หากในบล็อกมีบทความเพียงสามถึงสี่บทความ แต่กลับมีลิงค์ออกเป็น 10-20 แบบนี้ก็ถือว่าไม่เหมาะสมแล้ว

เท่าที่ดูคือบางรายหนักกว่านั้น เล่นจดโดเมนขึ้นมาใหม่ทำเป็น PBN แต่ไม่มีบทความเลย มีแต่ลิ้งขาออกจำนวนมากตั้งแต่กระทู้แรก ตั้งแต่โพสแรก คือในเนื้อหาของโพสต์มีแต่ Text Links ยัดเข้าไปเป็น 10-20 แบบนี้เค้าไม่ได้เรียกว่าการทำ SEO แต่เค้าเรียกว่าการทำลาย Website เสียมากกว่า เราจำเป็นที่จะต้องทำให้ดีหากเราใส่ใจในลูกค้าและอยากอยู่ให้บริการยาวๆ ส่วนในฝ่ายลูกค้าเองต้องรู้จักเลือกเว็บผู้ให้บริการรับทำ seo ที่มีคุณภาพ มีร์พอร์ตให้เราตรวจสอบเพื่อดูว่าการกระทำของเขานั้นเหมาะสมมากน้อยแค่ไหน ถึงอาจจะมีรีพอร์ตไม่หมด ดูบางส่วนก็ยังดี มาดูเป็นแนวทางว่าสิ่งที่เขาทำให้ เขามีความรู้และเข้าใจจริงมากแท้แค่ไหน เพื่อไม่ให้เว็บไซต์ของเราเสียหาย

ทำ SEO ด้วย Anchor Text

เพิ่ม anchor text คีย์เวิร์ดหลักซัก 50% จะช่วยอันดับดียิ่งขึ้น

สมัยปี 2016 การทำ SEO เราเน้นการทำ Anchor Text โดยใช้เป็น Main Keywords เพียง 20% ถึง 25% เท่านั้น ที่เหลือก็จะเป็นเรื่องของคีย์เวิร์ดต่างๆกระจายกันไป เนื่องจากว่าในช่วงปี 2015 มีผลกระทบเรื่องของเว็บที่ทำ SEO โดยมีการเน้นคีย์หลักล้วนๆ แล้วทำให้อันดับเว็บไซต์ร่วงไม่ติดหน้าแรกของ Google ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ของเราทำเกี่ยวกับเช่ารถ เรามีการทำแท็กลิ้งค์เป็นคำว่าเช่ารถล้วนๆในรูปแบบ Backlinks ทำไม Google สามารถตรวจสอบได้ง่ายและลงโทษเว็บไซต์เหล่านี้โดยทันที เนื่องจากเข้าข่ายการเล่นคีย์เวิร์ดหลักเพียงคีย์เดียวมากเกินไป หรือใช้งานก็คือเป็นการเน้นทำเอสซีโอแบบชี้เป้าหมายเดี๋ยวเด่นเกิน ทำให้ SEO สมัยปีที่แล้วจะนิยมเลี่ยงด้วยการกระจายคีย์หลักและรองปะปนกันเพื่อลดความเสี่ยงในการโดนแบนนั่นเอง

Anchor Text

SEO 2017 Anchor Text มีความสำคัญมากขึ้น

แต่ในปี 2017 เท่าที่ทดสอบมาผลลัพธ์ปรากฏว่าเว็บไซต์ไหนที่มีการเน้นคีย์เวิร์ดหลักมากยิ่งขึ้น จะช่วยทำอันดับได้ดีกว่าเดิมกว่าแต่ก่อน เหมือนกับว่าเราพยายามบ่งบอกว่าเว็บไซต์ของเราเกี่ยวกับคำค้นหาใดนั่นเอง แต่ก็ไม่ใช่ว่าการทำเพิ่มขึ้นครั้งนี้จะทำในรูปแบบ 100% เราอาจจะทำเพิ่มขึ้นมาจากเดิมเพียงหนึ่งเท่าตัวหรือก็คือทำ 50% จากจำนวน Textlink ทั้งหมด อีกครึ่งหนึ่งก็ให้กระจายเป็นคีย์เวิร์ดรองเหมือนเดิม วิธีนี้ผลลัพธ์ปรากฏว่าในคำค้นหาที่มีผลการแข่งขันสูงเว็บหน้าใหม่มีอันดับขึ้นได้รวดเร็วกว่าแต่ก่อนมาก แต่ก็อย่าลืมว่าเราจำเป็นต้องรับความเสียหายได้กรณีที่ Google มีการอัพเดทอัลกอริทึ่มเพื่อลดความสำคัญของ Textlink ลงไปจากแต่เดิม อันดับเว็บไซต์ของเราก็อาจจะร่วงกลับมาอยู่ที่เดิม อยู่ที่ว่าเราต้องการทำเว็บทำเงินในระยะยาวหรือในระยะสั้น หากต้องการทำเว็บไซต์ระยะยาวก็แนะนำให้กระจาย Keywords เหมือนเดิมนั่นแหละ อย่างถ้าเราเน้นทำเว็บไซต์เดิมพันบอล FIFA55 ก็ให้กระจายเป็น FIFA55, FIFA555, 555FIFA หรือเป็นชื่อเว็บเองก็ได้ แบบนี้ปลอดภัยกว่าในระยะยาว แต่หากใครต้องการเร่งด่วน ฉวยโอกาสของจุดบอดในอัลกอริทึ่ม Google แนะนำให้สร้างเว็บไซต์ขึ้นมาใหม่แล้วทำในแบบเน้นคีย์หลักเพิ่มขึ้นจากปกติที่เราเคย ทำก็จะช่วยทำเงินให้ได้เร็วกว่าเดิมอย่างแน่นอน ผลลัพธ์อันดับดี ผลตอบรับดี รายได้จะเยอะตามมาด้วย

กีฬาบอลออนไลน์

วิวัฒนาการแทงบอล ที่ทำให้จะต้องอึ้ง

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้นั้นล้วนแล้วแต่จะต้องมีพัฒนาการและวิวัฒนาการเป็นของตัวเองด้วยกันทั้งสิ้น เพราะโลกนั้นหมุนและก้าวเดินไปข้างหน้าทุกวัน ถ้าหากว่าคนที่อยู่นั้นไม่มีความคิดอะไรใหม่ๆ หรือไม่มีแนวคิดที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ขึ้นโลกใบนี้มันก็คงจะวนอยู่ที่เดิมเป็นเวลานานแล้ว ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่อย่างที่กล่าวเอาไว้ข้างต้นเพราะในความเป็นจริงโลกของเราทุกพัฒนาให้ก้าวล้ำขึ้นไปในทุกๆ วัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ต้องยอมรับว่าโลกของเรานั้นได้พัฒนาไปไกลเกินกว่าที่คนๆ หนึ่งจะคิดได้ ใครจะไปเชื่อว่าทุกวันนี้สามารถติดต่อกันได้ตลอดเวลา สามารถเห็นหน้ากันได้แม้ว่าจะอยู่ไกลกันสุดขอบโลกแค่ไหนก็ตาม ทุกอย่างถูกย่อให้มาเหลือเพียงมือถือเครื่องเดียวก็สามารถทำอะไรได้หลายๆ อย่างอย่างที่คนอื่นไม่คาดคิด มันเป็นวิวัฒนาการที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ทุกๆ คนเป็นอย่างมากกับการที่ได้ใช้สิ่งเหล่านี้โดยที่มันจะยังมีการพัฒนาก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

การแทงบอลก็มิวิวัฒนาการที่เป็นของตัวเองเช่นเดียวกันเรียกได้ว่ายิ่งเทคโนโลยีพัฒนาไปไกลมากเท่าไหร่ การแทงบอลเองก็ต้องพัฒนาตามก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่การแทงบอลหยุดนั่นก็หมายความว่าความล้าสมัยก็จะเกิดขึ้นตามมาทันที อย่ามองแต่เพียงว่าการแทงบอลมันคือการพนันประเภทหนึ่งเพราะว่าทุกๆ สิ่งทุกๆ อย่างบนโลกใบนี้ล้วนแล้วแต่ต้องมีการพัฒนาที่ก้าวต่อไปทีละขั้นของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น คิดดูง่ายๆ ว่าแม้แต่ชีวิตคนเราเองก็ยังต้องมีการก้าวเดินไปทีจะตอน จากเด็กสู่วัยรุ่นจากวัยรุ่นสู่วัยทำงาน วัยกลางคน และวัยชรา การแทงบอลก็ไม่ได้ต่างจากสิ่งเหล่านี้ไปมากเท่าไหร่ ไม่ว่าสิ่งอะไรของโลกจะเกิดการพัฒนาการแทงบอลก็ขอพัฒนาตามไปด้วย โดยวันนี้เดี๋ยวจะพามารู้จักกับวิวัฒนาการของการแทงบอลที่หากมองย้อนกลับไปจริงๆ แล้วมันก็แทบไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าโลกมันจะมาได้ไกลกันถึงเพียงนี้เลยทีเดียว

เล่นบอลออนไลน์

หากย้อนกลับไปสำหรับการแทงบอลในบ้านเราตั้งแต่ยุคเริ่มแรกนั้นแน่นอนว่าจะต้องเป็นการตั้งโต๊ะบอลด้วยวิธีแทงบอลด้วยการใช้โพยบอลเป็นกระดาษที่มีทีมบอลและราคาแทงบอลอยู่ในกระดาษนั้น จากนั้นก็ให้นักแทงบอลทั้งหลายกาเลือกทีมที่ตัวเองชอบได้เลยว่าต้องการแทงทีมไหน โดยในอดีตนั้นการแทงบอลแบบนี้ต้องบอกว่าเป็นสิ่งทีเสี่ยงต่อเรื่องของกฎหมายเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าในประเทศไทยเองเรื่องของการแทงบอลยังนับว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายและเป็นสิ่งที่ตำรวจไทยยังคงเดินหน้าหาคนทำผิดอย่างต่อเนื่อง การแทงบอลแบบนี้จึงนับว่ามีความเสี่ยงไม่น้อยกับการที่ต้องเดินเข้าไปที่โต๊ะบอลเพื่อเอาโพยมาแทง หลังจากนั้นก็ทำการคืนส่วนหนึ่งให้โต๊ะอีกส่วนหนึ่งเก็บไว้เองเพื่อเป็นหลักฐานการยืนยันที่ชัดเจนว่าได้แทงทีมอะไรไปบ้าง ซึงปัญหาที่ตามมาของการแทงบอลแบบนี้ก็คือเวลาที่แทงถูกเยอะๆ โต๊ะที่ไม่ใหญ่จริงมักจะชอบมีปัญหาและไม่ยอมจ่ายเงินให้ตามที่ตกลงกันไว้ หรือเรียกง่ายๆ ว่าพร้อมจะเบี้ยวได้ทุกเวลาโดยที่คนแทงเองจะไปเรียกร้องอะไรมากก็ไม่ได้เนื่องจากมันผิดกฎหมายอยู่ดีนั่นเอง สิ่งที่ทำได้ก็คือทำใจอย่างเดียวเท่านั้น

วิวัฒนาการขั้นต่อมาเมื่อมือถือเริ่มเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตมนุษย์มากขึ้นเรื่องของการแทงบอลที่แต่ก่อนต้องเดินไปเอาโพยเองก็ค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นไม่จำเป็นต้องเดินไปเอาโพยเองให้เสี่ยงโดยทำการเลือกใช้มาเป็นการแทงบอลด้วยการโทรไปหาโต๊ะด้วยตัวเอง แล้วก็เลือกแทงเอาว่าต้องการแทงคู่ไหนโดยส่วนมากแล้วก็จะดูราคาต่อรองกันจากหนังสือพิมพ์ว่ามีคู่ไหนที่น่าสนใจหรือว่าราคาบอลคู่ไหนโดนใจ ซึ่งราคาพวกนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นราคามาตรฐานที่ทุกโต๊ะจะได้มาเหมือนกันอยู่แล้ว เรื่องราคาจึงไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ แต่จะมีปัญหาตรงที่หากโต๊ะไหนที่ไว้ใจไม่ได้เวลาแทงถูกอาจจะเปลี่ยนการแทงของคุณเพื่อไม่ให้ได้เงินก็เป็นไปได้เช่นเดียวกัน

และเมื่อโลกมาถึงยุคที่อินเตอร์เน็ตเข้าถึงทุกบ้านจากการแทงบอลกับโต๊ะบอลก็เริ่มมีวิวัฒนาการเปลี่ยนมาเป็นการแทงบอลแบบออนไลน์โดยเริ่มต้นจากการใช้คอมพิวเตอร์กับอินเตอร์เน็ตในการแทงบอล โดยการแทงบอลออนไลน์นั้นนอกจากจะเลือกแทงบอลสเต็ปหรือบอลเดี่ยวได้ก็สามารถเลือกแทงบอลประเภทอื่นๆ ได้ด้วยเช่นเดียวกัน เรียกว่าเป็นการแทงบอลที่เพิ่มวิวัฒนาการให้หลากหลายขึ้นมาอีกขั้นและกลายเป็นความนิยมของนักแทงบอลไปเลยเนื่องจากสามารถเอาเงินคืนกลับมาได้ด้วยความรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องรอว่าจะ แทงบอล ให้จบในแต่ละใบ ที่สำคัญเรื่องของการเงินยังค่อนข้างน่าเชื่อถือได้ ไม่มีการโกงให้เห็นกันเหมือนกับโต๊ะบอล ซึ่งจากคอมพิวเตอร์ ความล้ำหน้าก็เพิ่มเติมขึ้นมาอีกด้วยการสามารถเล่นผ่านมือถือได้และพอเล่นผ่านมือถือได้แล้วกลายเป็นว่าทุกๆ ที่สามารถเป็นที่แทงบอลสำหรับคุณได้โดยไม่จำเป็นต้องไปง้อโต๊ะบอลให้วุ่นวายด้วย เพียงแค่กดเข้าไปในมือถือจะแทงบอลคู่ไหน เมื่อไหร่ก็สามารถทำได้อย่างสบายใจจริงๆ